CPALL โตแกร่ง ปี 69 รุกหนัก 700 สาขาใหม่ ชู AI ขับเคลื่อน Smart Store และ O2O

CPALL เดินหน้าสร้างการเติบโตปี 2569 ต่อเนื่อง ท่ามกลางความท้าทายเศรษฐกิจ ชูจุดแข็งเครือข่ายร้านเซเว่น อีเลฟเว่นทั่วประเทศ เดินหน้าขยายอีก 700 สาขา พร้อมเร่งใช้ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลเพิ่มประสิทธิภาพซัพพลายเชน-ระบบกระจายสินค้า หนุนธุรกิจ O2O โตต่อเนื่อง ขณะที่ฐานะการเงินแข็งแกร่ง เตรียมออกหุ้นกู้ใหม่รองรับการเติบโต และเดินหน้าบริหารองค์กรตามหลักธรรมาภิบาล กรณี Virtual Bank เปิดทางผู้ถือหุ้นรายย่อยร่วมตัดสินใจอย่างโปร่งใส..


นายเกรียงชัย บุญโพธิ์อภิชาติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL เปิดเผยถึงภาพรวมและกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจค้าปลีกร้านเซเว่นอีเลฟเว่นท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน โดยระบุว่า บริษัทยังคงเดินหน้าด้วยแนวคิดเชิงบวกและปรับตัวตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยหัวใจสำคัญคือการปรับกลยุทธ์ด้านสินค้าโดยเน้นกลุ่มอาหารพร้อมรับประทาน (Ready to Eat) และเครื่องดื่มพร้อมดื่ม (Ready to Drink) เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในทุกกลุ่ม

สำหรับการขยายสาขา CPALL ยังคงเป้าหมายการเติบโตที่ 700 สาขาต่อปี ซึ่งคิดเป็นการเติบโตประมาณ 5% จากฐานเดิมที่มีอยู่เกือบ 16,000 สาขา โดยปัจจุบันบริษัทได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์มาเน้นการสร้างร้านแบบ Standalone ซึ่งช่วยให้สามารถบริหารจัดการพื้นที่จอดรถได้สะดวก และยังใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) เพื่อประหยัดพลังงาน นอกจากนี้ยังมีการปรับโฉมสาขาให้เป็น “จุดเช็คอิน” และคัดเลือกสินค้าให้เหมาะสมกับทำเล เช่น สาขาในย่านที่พักอาศัยจะเน้นสินค้าอุปโภคภายใต้แบรนด์ All Grocers

ในด้านเทคโนโลยี CPALL ได้ยกระดับการให้บริการผ่านแอปพลิเคชัน 7-Eleven และบริการ 7-Delivery จนมียอดขายจากช่องทางออนไลน์และ O2O สูงถึงกว่า 11% ของยอดขายรวม ซึ่งก้าวต่อไปในอีก 3-5 ปีข้างหน้า นายเกรียงชัยระบุว่าบริษัทจะนำเทคโนโลยีมาใช้บริหารจัดการซัพพลายเชนและระบบกระจายสินค้า โดยจะเชื่อมโยงข้อมูลจากหน้าร้านไปถึงผู้ผลิตโดยตรงเพื่อวิเคราะห์ความต้องการสินค้าแบบเรียลไทม์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดการสูญเสียในระบบนิเวศทางธุรกิจ อย่างยั่งยืน

ส่วนทางด้านแผนการบริหารเงินทุน CPALL เตรียมออกและเสนอขายหุ้นกู้ชุดใหม่ เพื่อทดแทนหุ้นกู้ชุดเดิมที่จะครบกำหนดชำระในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม ซึ่งหุ้นกู้ของบริษัทได้รับความสนใจอย่างมากจากนักลงทุนเนื่องจากอันดับความน่าเชื่อถือที่มั่นคงและกระแสเงินสดที่ดีจากการดำเนินงาน

สำหรับประเด็นที่ตลาดให้ความสนใจคือการเตรียมจัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2569 ในวันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2569 เพื่อพิจารณาในหลักการว่าจะให้ บริษัทย่อย 3 แห่ง เข้าไปอยู่ในกลุ่มธุรกิจการเงินของธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา หรือ Virtual Bank ของบริษัท เอซีเอ็ม โฮลดิ้ง จำกัด (ACM Holding)

นายเกรียงชัย กล่าวว่า เนื่องจากผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท ได้ไปขอใบอนุญาตในการดําเนินธุรกิจVirtual Bank เพื่อความโปร่งใสและป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ จึงเห็นควรให้ผู้ถือหุ้นรายย่อย เป็นผู้ตัดสินใจ โดยที่ผู้ถือหุ้นที่มีส่วนได้เสียไม่มีสิทธิโหวตในการประชุมครั้งนี้ ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทมีมติเป็นเอกฉันท์ ไม่เห็นด้วยในการให้ทั้ง 3 บริษัทย่อยเข้าไปอยู่ในอยู่ใน Virtual Bank เนื่องจากจะทำให้สูญเสียความคล่องตัวในการทำธุรกิจ และสูญเสียความเป็นกลางในการประกอบธุรกิจกับสถาบันการเงินอื่น อย่างไรก็ตาม ผลสรุปสุดท้ายจะขึ้นอยู่กับมติในที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลที่ชัดเจน.

Back to top button