CPALL กางโรดแมปโตยั่งยืน ตอกย้ำผู้นำค้าปลีก

บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL บริษัทธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่ของไทย แสดงศักยภาพความแข็งแกร่งของโมเดลธุรกิจท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ..


บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL บริษัทธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่ของไทย แสดงศักยภาพความแข็งแกร่งของโมเดลธุรกิจท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ โดยผลประกอบการในปี 2568 ที่ผ่านมาเติบโตอย่างโดดเด่น มีรายได้รวมกว่า 1.02 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.5 และกวาดกำไรสุทธิไปถึง 28,206 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 11.3 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

นายเกรียงชัย บุญโพธิ์อภิชาติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน (CFO) ของ CPALL เปิดเผยถึงทิศทางธุรกิจ โดยบริษัทยังคงเดินหน้าด้วยแนวคิดเชิงบวกและปรับตัวตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยวางเป้าหมายการขยายสาขาเซเว่น อีเลฟเว่น เพิ่มขึ้นปีละ 700 สาขา เน้นรูปแบบ Standalone ที่มีพื้นที่จอดรถกว้างขวางและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป พร้อมทั้งยกระดับกลยุทธ์ “All Convenience” ผ่านช่องทาง O2O (Online to Offline) ซึ่งปัจจุบันมียอดขายผ่านแอปพลิเคชัน 7-Eleven และบริการ 7-Delivery สูงถึงร้อยละ 11 ของยอดขายรวม

นอกจากนี้ยังมีแผนนำเทคโนโลยี AI มาใช้บริหารจัดการระบบซัพพลายเชน และกระจายสินค้าแบบเรียลไทม์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนในอีก 3-5 ปีข้างหน้าด้วยพื้นฐานทางธุรกิจที่มั่นคง และกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง CPALL เพิ่งเสนอขาย “หุ้นกู้ชุดใหม่” เพื่อตอกย้ำความเป็นทางเลือกการลงทุนคุณภาพ โดยหุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ “AA-” แนวโน้ม “คงที่” (Stable) จากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพทางการเงินระยะยาว หุ้นกู้รุ่นใหม่นี้มีอายุ 5 ปี 10 เดือน 27 วัน กำหนดอัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.53% ต่อปี

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญ คือการจัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น (EGM) ครั้งที่ 1/2569 ในวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 เพื่อพิจารณาในหลักการว่าจะให้บริษัทย่อย 3 แห่ง ได้แก่ บริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด, บริษัท ไทยสมาร์ทคาร์ด จำกัด และบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT เข้าไปอยู่ภายใต้กลุ่มธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) ของ ACMH

โดยบริษัทให้ความสำคัญกับความโปร่งใส โดยเปิดโอกาสให้ “ผู้ถือหุ้นรายย่อย” เป็นผู้ตัดสินใจหลัก เนื่องจากผู้ถือหุ้นที่มีส่วนได้เสียจะไม่มีสิทธิออกเสียงในวาระนี้ เพื่อป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์และเพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินธุรกิจจะเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทและผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายอย่างแท้จริง
ขณะเดียวกันได้มีมุมมองที่น่าสนใจ จากนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ได้ให้คำแนะนำในเชิงบวก และมีมุมมองต่อธุรกรรมดังกล่าวว่า เป็นไปเพื่อปฏิบัติตามกฎระเบียบ คาดช่วยลดแรงกดดันเชิงลบต่อราคาหุ้น และประเมินแนวโน้มว่าผู้ถือหุ้น CPALL ส่วนใหญ่จะไม่เห็นชอบด้วย อย่างไรก็ตามประเด็นดังกล่าว ชัดเจนขึ้น และลดความกังวลได้ เมื่อผ่าน EGM ในวันที่ 29 พ.ค. ทั้งนี้ยังคงคำแนะนำพื้นฐานเป็น “ซื้อ” CPALL ที่ราคาเป้าหมาย 62.00 บาท ..

Back to top button