
TRUE เข้าโหมด “Growth” หลังฐานลูกค้าแน่น โชว์กำไรโต 3 เท่าตัว
TRUE เข้าโหมด “Growth” รับอานิสงส์ฐานลูกค้าแน่น-กระแสเงินสดปึ้ก พร้อมเซอร์ไพรส์จ่ายปันผลรายไตรมาส
บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE กำลังกลายเป็นจุดสนใจหลักของตลาดทุนไทย หลังจากประกาศผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 ที่โชว์ฟอร์มแกร่งด้วยกำไรสุทธิ 6,589 ล้านบาท เติบโตแบบก้าวกระโดด 303% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน พร้อมสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการปรับนโยบายจ่ายเงินปันผลเป็น “รายไตรมาส” เริ่มต้นที่ 0.14 บาทต่อหุ้น ซึ่งถูกมองว่าเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและแนวโน้มธุรกิจในระยะถัดไป
จากงาน Analyst Conference ไตรมาส 1/2569 ในวันนี้ พบว่า TRUE กำลังก้าวผ่านช่วง Turnaround และเข้าสู่ “รอบการเติบโตใหม่” หลังผลประกอบการเริ่มสะท้อนประโยชน์จากการควบรวมได้อย่างชัดเจนมากขึ้น โดยการทำกำไรต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 5 ติดต่อกัน ถูกมองจากนักวิเคราะห์ว่าเป็นสัญญาณสำคัญว่าการฟื้นตัวเริ่มมีเสถียรภาพมากกว่าการเติบโตเพียงระยะสั้น อีกหนึ่งปัจจัยที่ได้รับความสนใจ คือ การประกาศจ่ายเงินปันผลรวมกว่า 4,800 ล้านบาท พร้อมปรับนโยบายสู่การจ่ายปันผลรายไตรมาส ซึ่งในมุมมองของตลาด ถือเป็นการสะท้อนความมั่นใจของฝ่ายบริหารต่อความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดในระยะยาว หลังบริษัทยังคงมีกระแสเงินสดเป็นบวก
สิ่งที่ตลาดเริ่มให้น้ำหนักมากขึ้น ไม่ใช่เพียงการเติบโตของกำไรในระยะสั้น แต่คือสัญญาณของ “คุณภาพกำไร” ที่แข็งแรงขึ้นต่อเนื่อง ทั้งจากการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ EBITDA Margin ที่ปรับตัวดีขึ้น และการเริ่มรับรู้ประโยชน์จากการควบรวมอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น นอกจากนี้ หลายฝ่ายมองว่า ผลประกอบการในช่วง 4-5 ไตรมาสที่ผ่านมา เริ่มช่วยลดความกังวลของตลาดต่อความสามารถในการสร้างผลตอบแทนจากการควบรวม หลัง TRUE แสดงให้เห็นว่าขนาดธุรกิจที่ใหญ่ขึ้นสามารถแปลงเป็นประสิทธิภาพในการดำเนินงานและผลกำไรได้จริง ขณะที่ฝ่ายบริหารยังส่งสัญญาณว่าธุรกิจกำลังเข้าสู่ “Steady State” มากขึ้น หลังผ่านช่วงเร่งรับรู้ Synergy และปรับโครงสร้างขนาดใหญ่ในช่วงแรกหลังการควบรวม
ตลาดยังเริ่มจับตาสัญญาณการฟื้นตัวด้านการแข่งขันของ TRUE มากขึ้น หลังฝ่ายบริหารระบุว่า ไตรมาส 1/2569 ถือเป็นช่วงที่บริษัทเริ่มเห็นพัฒนาการเชิงบวกทั้งด้านฐานลูกค้าและรายได้ โดยเฉพาะธุรกิจ Mobile ที่สามารถสร้างยอดผู้ใช้บริการสุทธิได้ดีขึ้น และการเติบโต QoQ ของทั้งธุรกิจ Mobile และ Online เริ่มขยับเข้าใกล้ระดับเดียวกับผู้นำตลาดมากขึ้น สะท้อนว่า Momentum ทางธุรกิจเริ่มกลับมาแข็งแรงขึ้นควบคู่ไปกับการฟื้นตัวของผลประกอบการ
อีกประเด็นที่ช่วยหนุนมุมมองเชิงบวกของตลาด คือ ทิศทางการแข่งขันในอุตสาหกรรมที่ยังคงมีวินัย โดยฝ่ายบริหารย้ำชัดว่า TRUE ไม่มีแผนเดินหน้าสงครามราคา แต่จะเน้นการเติบโตผ่านการบริหารฐานลูกค้าเดิม การเพิ่มบริการ Beyond Connectivity และการสร้างมูลค่าเพิ่มจาก Ecosystem ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นแนวทางที่เอื้อต่อการรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
ขณะเดียวกัน การลดระดับหนี้และทิศทางกระแสเงินสดที่ดีขึ้น ยังช่วยหนุนมุมมองเชิงบวกต่อสถานะทางการเงินของบริษัท หลัง TRUE ได้รับการปรับมุมมองอันดับเครดิตเป็น “Positive Outlook” ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มการฟื้นตัวของธุรกิจในระยะถัดไป นอกจากนี้ TRUE ยังมีปัจจัยสนับสนุนระยะยาวจากโครงสร้างธุรกิจที่ครอบคลุมทั้ง Mobile, Broadband, Digital Platform และบริการด้าน AI รวมถึงการต่อยอด Ecosystem หลังการควบรวม ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อรายได้และความสามารถในการทำกำไรในอนาคต
แม้อุตสาหกรรมโทรคมนาคมยังมีการแข่งขันสูง แต่นักวิเคราะห์มองว่า TRUE เริ่มมีความสามารถในการแข่งขันที่แข็งแรงขึ้นจาก Scale ที่ใหญ่ขึ้น ประสิทธิภาพเครือข่าย การบริหารต้นทุน และฐานลูกค้าที่ครอบคลุมมากขึ้น หลังจากนี้ ตลาดจะจับตาว่า TRUE จะสามารถรักษา Momentum ของกำไรและการสร้างกระแสเงินสดได้ต่อเนื่องตลอดปี 2569 หรือไม่ โดยหากบริษัทยังรักษาทิศทางการเติบโตเช่นปัจจุบันได้ TRUE อาจเริ่มถูกประเมินมูลค่าใหม่ในฐานะหุ้น Telecom Transformation ที่มีทั้งศักยภาพการเติบโตและผลตอบแทนระยะยาวมากขึ้นในสายตาตลาดทุน

