
“แอสเซนด์ มันนี่” รุก Virtual Bank ใช้ AI-ข้อมูลทางเลือก ปลดล็อกกลุ่มเข้าไม่ถึงสินเชื่อ
“แอสเซนด์ มันนี่” กางแผนรุก Virtual Bank ชูนวัตกรรม AI - Alternative Data ปลดล็อกกลุ่ม Under-served มั่นใจโครงสร้าง SaaS ดันต้นทุนต่ำ พร้อมต่อยอดฐานลูกค้ายุคดิจิทัล
นายธัญญพงศ์ ธรรมาวรานุคุปต์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บริษัท แอสเซนด์ มันนี่ จำกัด (Ascend Money) กล่าวถึงทิศทางและการเตรียมความพร้อมเรื่อง “ธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา” หรือ Virtual Bank ว่า ถือเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนานวัตกรรมทางการเงินเพื่อยกระดับเศรษฐกิจมหภาคของประเทศไทย และเป็นการสร้างระบบธนาคารที่เป็นดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการ โดยมีโครงสร้างพื้นฐานที่แตกต่างจากธนาคารพาณิชย์ดั้งเดิม ที่มักมีระบบเดิม (Legacy System) เป็นรากฐาน
สำหรับ Virtual Bank ของแอสเซนด์ มันนี่ จะถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ในลักษณะ Software as a Service (SaaS) และประมวลผลบนระบบ Cloud ทั้งหมด ซึ่งจะช่วยให้บริหารจัดการต้นทุนการดำเนินงาน (Operating Cost) ได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีต้นทุนต่อรายการที่ต่ำกว่าธนาคารปกติเมื่อธุรกิจขยายตัวสู่ระดับสเกล
นายธัญญพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หนึ่งในวัตถุประสงค์หลักของการจัดตั้ง Virtual Bank ตามแนวทางของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คือการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่ยังไม่ได้รับบริการทางการเงินที่เพียงพอหรือกลุ่ม “Under-served” ซึ่งคนไทยจำนวนมากมีบัญชีธนาคารแต่กลับเข้าไม่ถึงบริการอื่นๆ เช่น สินเชื่อหรือการลงทุน โดยจากการสำรวจพบว่าลูกค้ากว่า 50% ของบริษัทในปัจจุบัน เคยถูกปฏิเสธสินเชื่อจากสถาบันการเงินอื่น หรือรู้สึกว่าตนเองไม่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะสมัคร
ในแก้ปัญหาดังกล่าวที่ผ่านมา แอสเซนด์ มันนี่ ได้นำเทคโนโลยี Alternative Data หรือข้อมูลทางเลือกมาใช้ในการพิจารณาสินเชื่อแทนการใช้เพียงเอกสารรายได้หรือข้อมูลด้านเครดิตเพียงอย่างเดียว โดยข้อมูลทางเลือกเหล่านี้ ได้แก่พฤติกรรมการชำระเงิน ประวัติการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ และกระแสเงินเข้า-ออกบัญชี โดยได้ใช้ระบบ AI และ Machine Learning ที่มีความละเอียดสูง (Granularity) เพื่อประเมินความเสี่ยงของลูกค้าได้อย่างแม่นยำ และช่วยให้ผู้ที่อยู่นอกระบบธนาคารสามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้อย่างกว้างขวางขึ้น
“สำหรับจุดแข็งที่จะสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน ทาง แอสเซนด์ มันนี่ มีความมั่นใจในประสบการณ์กว่า 10 ปีของการสร้างแพลตฟอร์ม “ทรูมันนี่” (TrueMoney) ซึ่งทำให้บริษัทมีรากฐานความเข้าใจในพฤติกรรมการเงินและใช้จ่ายผ่าน Digital Wallet รวมถึงมีโครงสร้างระบบที่เป็นแบบดิจิทัลมาตั้งแต่ต้น” นายธัญญพงศ์ กล่าว
ปัจจุบัน บริษัทมีฐานลูกค้าสินเชื่อดิจิทัลมากกว่า 3 ล้านราย และมีความโดดเด่นในด้านกระบวนการพิจารณาที่เป็นอัตโนมัติ โดยใช้ AI ในการตัดสินใจอนุมัติหรือปฏิเสธสินเชื่อสูงถึง 99.5% ของใบสมัครทั้งหมด ทำให้สามารถแจ้งผลการอนุมัติได้เกือบในทันที (Real-time) ขณะที่มีการใช้บุคลากรเข้ามาช่วยตรวจสอบในกรณีที่ไม่แน่ใจเพียง 0.5% เท่านั้น
ทั้งนี้ นอกจากเป้าหมายด้านผลประกอบการแล้ว บทบาทของ Virtual Bank ในการสร้าง “วินัยทางการเงิน” (Financial Discipline) ให้แก่คนไทย โดยเฉพาะการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจากการใช้จ่ายตามความต้องการ (Want) มาเป็นการวางแผนเพื่อความจำเป็น (Need) เพื่อเตรียมความพร้อมสู่สังคมผู้สูงอายุที่อาจขาดรายได้ในอนาคต.
