
IP บวก 2% รับกำไร Q1 โต 40% แตะ 39 ล้านบาท รุกยีนบำบัด-ดันไทยฮับพาร์กินสัน
IP บวก 2% รับผลดำเนินงานไตรมาส 1/2569 โต 40% แตะ 39 ล้านบาท จากปีก่อน หลังรายได้รวมเพิ่มเป็น 562 ล้านบาท รับแรงหนุนธุรกิจ Medical Device ร้านขายยา และ Animal Healthcare โตต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าวิจัยยีนบำบัดรักษาโรคพาร์กินสัน หวังผลักดันไทยสู่ศูนย์กลางการแพทย์เฉพาะทาง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (12 พ.ค.69) ราคาหุ้นบริษัท อินเตอร์ ฟาร์มา จำกัด (มหาชน) หรือ IP ณ เวลา 10:55 น. อยู่ที่ระดับ 4.28 บาท บวก 0.08 บาท หรือ 1.90% ราคาสูงสุด 4.40 บาท ราคาต่ำสุด 4.26 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 1.99 ล้านบาท

ดร.ตฤณวรรธน์ ธนิตนิธิพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร IP ผู้ดำเนินธุรกิจด้านการพัฒนา คิดค้น และจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพแบบครบวงจร สำหรับคน และผลิตภัณฑ์สุขภาพสำหรับสัตว์ เปิดเผยถึงภาพรวมผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1 ปี 2569 ว่า กำไรสุทธิเติบโต 40% เทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน แตะ 39 ล้านบาท รายได้รวมเติบโต 5% แตะ 562 ล้านบาท ตามการเติบโตของรายได้จากการขายและบริการเป็นสำคัญที่ 560 ล้านบาท อานิสงค์เกือบทุกกลุ่มธุรกิจเติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง
โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจนวัตกรรมอุปกรณ์ทางการแพทย์ (Medical Device Innovation Business) ที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ 53% แตะ 28 ล้านบาท, กลุ่มธุรกิจร้านขายยา (Pharmacy Business) เติบโต 16% แตะ 194 ล้านบาท, กลุ่มผลิตภัณฑ์สุขภาพสำหรับสัตว์ (Animal Healthcare) เติบโต 17% แตะ 100 ล้านบาท และกลุ่มธุรกิจโรงพยาบาล (Hospital Business) เติบโต 4% แตะ 54 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน บริษัทสามารถควบคุมต้นทุนขายและให้บริการอยู่ในระดับใกล้เคียงช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 312 ล้านบาท ควบคู่ไปกับการเดินหน้าเพิ่มสัดส่วนสินค้าและบริการที่มีอัตรากำไรสูง ส่งผลให้กำไรขั้นต้นงวดไตรมาส 1/2569 เพิ่มขึ้น 13% แตะ 247 ล้านบาท โดยอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin : GP) ขยับเพิ่มเป็น 44% จากระดับ 41% ในช่วงเดียวกันปีก่อน รวมทั้งสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพอยู่ที่ 195 ล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 7%
ซึ่งเป็นผลจากการปรับโครงสร้างสาขาธุรกิจร้านขายยา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และเสริมความแข็งแกร่งของเครือข่ายสาขาในระยะยาว ส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 40% แตะ 39 ล้านบาท โดยอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin : NP) ขยับเพิ่มเป็น 7% จากระดับ 5% ในช่วงเดียวกันปีก่อน
ดร.ตฤณวรรธน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับแนวโน้มไตรมาส 2 ต่อเนื่องช่วงครึ่งหลังของปี 2569 เห็นสัญญาณการเติบโตดีต่อเนื่องตามแผน ล่าสุดบริษัทอยู่ระหว่างการผนึกความร่วมมือกับพันธมิตรจากประเทศญี่ปุ่น และโรงเรียนแพทย์ชั้นนำของประเทศไทย ทั้งจุฬาฯ, ศิริราช และรามาฯ ทำการวิจัยทางคลินิก โครงการยีนบำบัดรักษาโรคพาร์กินสัน คาดจะแล้วเสร็จและยื่นขออนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ภายในต้น 2570 ซึ่งนับเป็นอีกกลยุทธ์สำคัญในการก้าวสู่บริษัทนวัตกรรมสุขภาพแบบครบวงจร พร้อมผลักดันประเทศไทยสู่ศูนย์กลางทางการแพทย์ (Medical Hub) ด้านการรักษาโรคพาร์กินสันด้วยยีนบำบัด ซึ่งปัจจุบันมีผู้ป่วยทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างมากตาม aging society
“บริษัทยังคงมุ่งเน้นสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการดำเนินกลยุทธ์เชิงรุก ทั้งขยายความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเดินหน้าขยายฐานลูกค้า พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรม ตอบโจทย์ความต้องการด้านการดูแลสุขภาพเฉพาะทาง ไปจนถึงการต่อยอดเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่มีคุณภาพได้มาตรฐานระดับสากล เพื่อเสริมสร้างความสามารถด้านการแข่งขันในระยะยาว” ดร.ตฤณวรรธน์ กล่าว
