พณ. ดัน SME ใช้ IP เพิ่มมูลค่า เปิด Fast Track จดสิทธิ์-เป้ายอดขาย 15 ล้าน

กรมทรัพย์สินทางปัญญา เดินหน้าเพิ่มมูลค่า SME ไทย ผ่านการจด IP แบบ Fast Track ภายใน 3 เดือน พร้อมเปิดพื้นที่ขายสินค้าจริงในงานแฟร์ ก.ย. 69 ตั้งเป้าสร้างมูลค่าเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 15 ล้านบาท


ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า วันนี้ (20 พ.ค.69) นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เป็นประธาน คิกออฟ (Kick-off) พร้อมกันทั่วประเทศ โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ SME ไทย ด้วยทรัพย์สินทางปัญญา “SME ไทย เพิ่มมูลค่าได้ด้วย IP”

นางอรมน เปิดเผยว่า SME ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยประเทศไทยมี SME กว่า 3.28 ล้านราย คิดเป็น 99.5% ของวิสาหกิจทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน SME ไทยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเพียง 34.95% ของ GDP หรือประมาณ 1.72 ล้านล้านบาท ซึ่งยังต่ำกว่าหลายประเทศพัฒนาแล้วที่ SME มีสัดส่วนมากกว่า 50% ของ GDP สะท้อนข้อจำกัดในการเข้าถึงตลาดและการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการ

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการ SME ไทยยังเผชิญความท้าทายจากต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่ปรับตัวสูงขึ้น ราคาวัตถุดิบและสินค้าแพงขึ้น รวมถึงข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ทำให้การใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเข้ามาช่วยสร้างความแตกต่าง เพิ่มมูลค่าสินค้า และสร้างความน่าเชื่อถือให้ธุรกิจ จะเป็นอีกกลไกสำคัญในการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันและต่อยอดธุรกิจอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญา ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เดินหน้าโครงการดังกล่าว เพื่อผลักดันให้ SME ไทยสามารถนำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้สร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการใช้เครื่องหมายการค้าในการสร้างแบรนด์และสร้างความเชื่อมั่นให้กับสินค้าและบริการ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่มุ่งยกระดับศักยภาพการแข่งขันของผู้ประกอบการผ่านทรัพย์สินทางปัญญา

สำหรับจุดเด่นของโครงการ คือ การพัฒนาผู้ประกอบการ SME แบบครบวงจร โดยกรมฯ จะจัดอบรมให้ความรู้ผู้ประกอบการมากกว่า 300 กิจการทั่วประเทศ ระหว่างเดือนมิถุนายน-สิงหาคม 2569 ครอบคลุม 6 พื้นที่ ได้แก่ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ราชบุรี ชลบุรี เชียงใหม่ สงขลา และขอนแก่น ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญและมีผู้ประกอบการ SME จำนวนมาก

ภายในโครงการจะมีผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาเชิงลึกแบบตัวต่อตัว ครอบคลุมการจดเครื่องหมายการค้า การออกแบบโลโก้ การสร้างแบรนด์ การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ รวมถึงการตลาด เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจและสร้างความมั่นใจในการแข่งขันให้ผู้ประกอบการไทย โดยจะเริ่มกิจกรรมที่จังหวัดราชบุรีและกรุงเทพมหานครในเดือนมิถุนายน 2569

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการ 300 รายแรกที่เข้าร่วมโครงการ จะได้รับการสนับสนุนค่าธรรมเนียมการยื่นคำขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาสูงสุดรายละ 3,000 บาท เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงระบบคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมเปิดบริการ Fast Track เร่งรัดการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าสำหรับ SME ที่มีความจำเป็นต้องใช้งานเร่งด่วน โดยจะทราบผลการพิจารณาภายใน 3 เดือนนับจากวันที่ยื่นคำขอ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำเครื่องหมายการค้าไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้รวดเร็วขึ้น

ขณะเดียวกัน กรมทรัพย์สินทางปัญญาเตรียมเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการ 150 รายที่เข้าร่วมโครงการ นำสินค้าและบริการมาจำหน่าย พร้อมเชื่อมโยงเจรจาธุรกิจ (Business Matching) กับผู้ซื้อจากภาคธุรกิจต่างๆ ทั้งโมเดิร์นเทรด ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าส่งค้าปลีก และผู้ผลิต ผ่านงานแฟร์ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-6 กันยายน 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต โดยตั้งเป้าสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมไม่ต่ำกว่า 15 ล้านบาท

ภายหลังพิธีเปิดโครงการ ยังมีการจัดเสวนาหัวข้อ “บทบาททรัพย์สินทางปัญญากับการเพิ่มมูลค่าในธุรกิจ SME” โดยผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพย์สินทางปัญญาและผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จในการนำ IP มาต่อยอดธุรกิจ ซึ่งสะท้อนมุมมองตรงกันว่า “แบรนด์” และ “ทรัพย์สินทางปัญญา” เป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่น เพิ่มมูลค่าสินค้า และสร้างความแตกต่างในการแข่งขันทางธุรกิจยุคปัจจุบัน

Back to top button