SJWD กำไรไตรมาส 1 แตะ 276 ล้าน กางแผนรุก “คลังเย็นอาเซียน-ขนส่งข้ามแดน”

SJWD เผยกำไรไตรมาส 1/69 แตะ 276 ล้านบาท ลดลง 24% หลังไร้รายการพิเศษ แต่เพิ่มขึ้น 3.8% จากไตรมาสก่อน กวาดรายได้รวม 6.33 พันล้านบาท รับอานิสงส์คลังสินค้าและขนส่งโต เดินหน้าขยายคลังเย็น


บริษัท เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SJWD รายงานผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนามคม 2569 มีกำไรสุทธิ ดังนี้

โดยบริษัทมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทฯ จำนวน 276.5 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า จากผลการดำเนินงานของธุรกิจหลักที่ปรับตัวดีขึ้น ควบคู่กับการบริหารต้นทุนและการควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน กำไรสุทธิปรับตัวลดลง 24.4% โดยมีสาเหตุหลักจากฐานเปรียบเทียบในปีก่อนที่มีการรับรู้กำไรพิเศษจากการขายที่ดินของนิคมอุตสาหกรรม PPSP และการจำหน่ายเงินลงทุนใน CSLF

สำหรับรายได้รวมในไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 6,332.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยได้รับแรงสนับสนุนจากธุรกิจให้บริการขนส่งสินค้า ทั้งกลุ่มผู้ประกอบการ (B2B) และกลุ่มส่งตรงถึงผู้บริโภค (D2C) ที่เติบโตตามปริมาณงานในกลุ่มสินค้าปูนซีเมนต์ ถ่านหิน และสินค้าเกษตร ตลอดจนธุรกิจจัดส่งสินค้าระหว่างประเทศ (Freight) ที่ปรับตัวดีขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราค่าระวาง แต่เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รายได้รวมลดลง 1.7% ซึ่งเป็นผลมาจากภาวะการค้าโลกที่ชะลอตัวและการลดลงของปริมาณการขนส่งระหว่างประเทศ

ด้านความสามารถในการทำกำไร SJWD มีกำไรขั้นต้น 883.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ระดับ 14.1% ซึ่งมาจากการเติบโตของรายได้ในธุรกิจ Freight และธุรกิจให้บริการจัดเก็บและบริหารสินค้า ควบคู่กับการบริหารต้นทุนขนส่งอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารมีจำนวน 512.8 ล้านบาท ลดลง 9.0% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า จากการควบคุมค่าใช้จ่ายส่วนกลางอย่างมีประสิทธิภาพ และต้นทุนทางการเงินอยู่ที่ 159.1 ล้านบาท ลดลง 6.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารโครงสร้างหนี้

ส่วนของทิศทางการดำเนินธุรกิจ SJWD ยังคงมุ่งขับเคลื่อนสู่การเป็นผู้นำ Green Logistics โดยได้เดินหน้ารับมอบรถหัวลากไฟฟ้า (EV Truck) เพิ่มเติมอีก 20 คัน เพื่อรองรับการขยายเส้นทางให้บริการ นอกจากนี้ SCGJWD Freight ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ ยังได้ขยายขีดความสามารถในการให้บริการผ่านการลงนามสัญญากับลูกค้ารายสำคัญในการนำเข้าสินค้าแบบครบวงจร และร่วมมือกับ บริษัท เอเชีย กราวด์ เซอร์วิส จำกัด (AGS) เพื่อยกระดับระบบโลจิสติกส์แบบไร้กระดาษ (Paperless)

ขณะเดียวกัน ธุรกิจคลังสินค้าควบคุมอุณหภูมิ (Cold Chain) ยังคงเดินหน้าขยายการลงทุนในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ผ่านเครือข่าย SWIFT Cold Chain ในประเทศมาเลเซีย โดยเตรียมเปิดให้บริการโครงการแรกที่ Shah Alam ภายในไตรมาส 2/2569 และเตรียมแผนเปิดคลังเย็นแห่งที่ 2 ที่ Tebrau เพื่อรองรับความต้องการของตลาดในภูมิภาคอาเซียนต่อไป

Back to top button