SJWD เพิ่มหัวลากอีวี 20 คัน ลุย “กรีนโลจิสติกส์” หั่นต้นทุน-ลดคาร์บอน

SJWD ย้ำผู้นำ Green Logistics รับมอบรถหัวลาก EV ล็อต 2 เพิ่ม 20 คัน รวม 30 คัน ผนึกกำลัง TTTC และ NEX รุกขยายเส้นทางขนส่งสีเขียว หวังลดต้นทุน-ลดคาร์บอน มุ่งสู่เป้า Net Zero


นายบรรณ เกษมทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมริษัท เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SJWD ผู้ให้บริการโลจิสติกส์และซัพพลายเชนแบบครบวงจรรายใหญ่ในอาเซียน เปิดเผยว่า บริษัทฯ มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดภายใต้กรอบการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อขับเคลื่อนสู่ผู้นำ “Green Logistics” และมุ่งสู่ Net Zero ภายในปี 2050

โดยในปี 2568 บริษัทฯ มีการใช้พลังงานสะอาดและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนอย่างต่อเนื่องผ่านหลากหลายกิจกรรม เช่น การบริหารฟลีทรถเพื่อลดการขนส่งเที่ยวเปล่า (Backhaul Matching) การเชื่อมโยงทุกโหมดการขนส่งทั้งทางเรือ ทางรางและทางรถควบคู่กัน (Multimodal) การขนส่งด้วยรถขนส่งพลังงานไฟฟ้า (EV Truck) การใช้พลังงานทดแทนจากระบบโซลาร์รูฟท็อปบนอาคารคลังสินค้า การใช้ระบบโรโบติกส์จัดเก็บสินค้าอัตโนมัติ หรือ Automated Retrieval System (ASRS) ในคลังสินค้าต่างๆ จำนวน 11 แห่ง ซึ่งสามารถลดการใช้แสงสว่างภายในอาคารและลดการใช้รถยกขน Forklift ได้ เป็นต้น จากการดำเนินงานดังกล่าว ทำให้ตลอดทั้งปี 2568 บริษัทฯ สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 32,315 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่ลดได้ 10,976 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

นอกจากนี้ยังได้รวมกับคณะวิจัย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จัดทำโครงการ SCGJWD Logistics Decarbonizing เพื่อขับเคลื่อนการลดการปล่อยคาร์บอนของบริษัทฯ อย่างเป็นระบบ และจากการดำเนินงานตามแผนการพัฒนาอย่างยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม บริษัทฯ จึงได้รับรางวัล “Best Sustainability Awards” กลุ่มรางวัล Sustainability Excellence จากงาน SET Awards 2025 ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดำเนินงานเรื่องดังกล่าว

นายชวนินทร์ บัณฑิตกฤษดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม SJWD กล่าวว่า จากแผนยุทธศาสตร์ด้านความยั่งยืน และนโยบายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก บริษัทฯ เริ่มนำรถหัวลากพลังงานไฟฟ้า (EV Truck) 10 คัน มาให้บริการขนส่งสินค้าเมื่อเดือนธันวาคม 2566 เน้นการขนส่งภายในท่าเรือแหลมฉบังและพื้นที่โดยรอบ ซึ่งเป็นประตูเศรษฐกิจหลักของประเทศ โครงการนำร่องดังกล่าว ถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก (LESS) โดยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ตลอดปี 2567 ได้ 300.59 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และลดต้นทุนพลังงานได้ 50.64% เมื่อเทียบกับการใช้รถหัวลากที่ใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิง สะท้อนว่าการดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืนสามารถสร้างความคุ้มค่าและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันไปพร้อมกัน

ล่าสุด บริษัทฯ ได้รับมอบรถหัวลากไฟฟ้าชุดที่ 2 อีก 20 คัน จากจากของเดิมที่ใช้งานอยู่แล้ว 10 คัน จึงทำให้ปัจจุบัน บริษัทฯ มีหัวลากไฟฟ้าสำหรับใช้งานทั้งสิ้น 30 คัน โดยชุดที่ 2 เริ่มให้บริการขนส่งสินค้าอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2569 วางเป้าหมายว่าการเพิ่มจำนวนรถหัวลากไฟฟ้าดังกล่าว จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้นอีก 600 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี โดยรถหัวลากไฟฟ้าชุดที่ 2 มีจุดเด่นคือ ขนส่งได้ระยะทางไกลขึ้น (Long Range) เนื่องจากแบตเตอรี่มีความจุไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 50% จึงเพิ่มศักยภาพการขยายเส้นทางขนส่งสีเขียว (Green Logistics Route) ไปยังกลุ่มลูกค้าในพื้นที่ห่างไกลยิ่งขึ้นได้ ทำให้บริการมีความยืดหยุ่นและตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างครอบคลุม

นายสุจิตร์ ปั้นวงศ์ไพบูลย์ กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า ทูโช (ไทยแลนด์) จำกัด หรือ TTTC บริษัทเทรดดิ้งชั้นนำระดับโลกในเครือ Toyota Group กล่าวว่า ได้วางบทบาทของบริษัทฯ เป็น Strategic Partner กับ SCGJWD โดยส่วนความร่วมมือในเฟส 2 นี้ บริษัทฯ ได้ จัดหารถหัวลากไฟฟ้าล็อตใหม่ ผสานการทำงานร่วมกับเน็กซ์ พอยท์ ผู้ผลิตและจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ชั้นนำของไทย ผลักดันการนำนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้ามาใช้งานเชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการจัดซื้อ ส่งมอบ และบริการหลังการขาย นอกจากนี้ ยังสนับสนุนโซลูชันที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน อาทิ การจัดหาเงินทุน, ระบบบริหารฟลีทและพลังงาน, บริการแบตเตอรี่ ฯลฯ เพื่อสนับสนุน SJWD บรรลุเป้าหมายด้าน Green Logistics อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

นายฉัตรพล ศรีประทุม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA กรรมการบริษัท และ กรรมการบริหาร บริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NEX ผู้ผลิตและจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ กล่าวว่า บริษัทฯ เป็นพันธมิตรหลักของ SJWD ในการจัดจำหน่ายหัวลากไฟฟ้าเฟส 2 ที่มีเทคโนโลยีทันสมัย นับเป็นการต่อยอดความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง โดยความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ภาคธุรกิจกำลังเร่งปรับตัวท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์โลก ราคาพลังงานที่ยังอยู่ในระดับสูง และแรงกดดันจากกติกาการค้าและมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มข้นขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้องค์กรจำนวนมากหันมาให้ความสำคัญกับ Green Logistics Solutions มากขึ้น ไม่เพียงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุนและลดความเสี่ยงจากราคาน้ำมัน แต่ยังเพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

สำหรับภาคขนส่งและโลจิสติกส์ การเปลี่ยนผ่านสู่การใช้ยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ไม่ได้เป็นเพียงทางเลือกด้านพลังงาน แต่เป็นการยกระดับระบบขนส่งไปสู่รูปแบบที่มีประสิทธิภาพ สะอาด และสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนมากขึ้น ทั้งในด้านการลดต้นทุนพลังงาน การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การลดมลพิษทางอากาศ และการเสริมสร้างภาพลักษณ์องค์กรด้าน ESG ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญต่อความเชื่อมั่นของลูกค้า คู่ค้า นักลงทุน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในปัจจุบัน การส่งมอบรถหัวลากพลังงานไฟฟ้า (EV Truck) ให้แก่ SJWD ในครั้งนี้จึงสะท้อนความสำเร็จของความร่วมมือระหว่างพันธมิตรธุรกิจในการผลักดันการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในภาคโลจิสติกส์ไทยให้เกิดขึ้นจริงอย่างเป็นรูปธรรม

Back to top button