CHG ฝ่าวิกฤตพลังงาน! กำไร Q1 โต 10% แตะ 247 ลบ. กางแผนรุก Complex Care-โซลาร์รูฟ

CHG โชว์ฟอร์มแกร่งฝ่าวิกฤตต้นทุนพลังงานพุ่ง ดันกำไรไตรมาส 1/69 โตเกือบ 10% แตะ 247 ล้านบาท รับอานิสงส์รุกหนักบริการรักษาโรคซับซ้อน (Complex Care) พร้อมเดินหน้าขยายติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปเพื่อลดต้นทุนระยะยาว


บริษัท โรงพยาบาลจุฬารัตน์ จำกัด (มหาชน) หรือ CHG รายงานผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนามคม 2569 มีกำไรสุทธิ ดังนี้

โดยบริษัทฯ มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่จำนวน 247.6 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 9.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่ทำได้ 225.3 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาลอยู่ที่ 2,076.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ปรับเพิ่มขึ้นจาก 11% มาอยู่ที่ระดับ 12% สะท้อนถึงความสามารถในการรักษาความสามารถในการทำกำไรได้อย่างแข็งแกร่ง แม้ต้องเผชิญกับปัจจัยท้าทายรอบด้าน

โครงสร้างรายได้ในไตรมาสนี้ได้รับแรงหนุนสำคัญจากกลุ่มผู้ป่วยนอก (OPD) ที่มีรายได้ 666.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากปริมาณผู้ป่วยทั้งเก่าและใหม่ที่กลับมาใช้บริการ รวมถึงรายได้ต่อการเข้ารับบริการที่สูงขึ้นจากการวินิจฉัยและทำหัตถการที่หลากหลาย ขณะที่รายได้จากผู้ป่วยใน (IPD) ปรับตัวลดลง 2% อยู่ที่ 658.14 ล้านบาท ตามสภาวะเศรษฐกิจและนโยบายร่วมจ่าย (Copayment) ของบริษัทประกันที่ทำให้ผู้ป่วยชะลอการรักษาที่ไม่เร่งด่วน

อย่างไรก็ตาม รายได้โครงการประกันสังคมยังเติบโตได้ถึง 4% จากจำนวนผู้ประกันตนที่เพิ่มขึ้นและการรักษาโรคซับซ้อน เช่น การผ่าตัดกระเพาะอาหาร ศูนย์หัวใจ และศูนย์มะเร็ง นอกจากนี้ รายได้จากโครงการภาครัฐอื่นๆ พุ่งสูงขึ้นถึง 35% มาอยู่ที่ 121.86 ล้านบาท โดยเฉพาะจากศูนย์หัวใจและโครงการผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต (UCEP)

ด้านการบริหารจัดการต้นทุน CHG สามารถควบคุมต้นทุนประกอบกิจการโรงพยาบาลให้เพิ่มขึ้นเพียง 3.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นอัตราที่ต่ำกว่าการเติบโตของรายได้ แม้จะได้รับแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกอย่างความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านที่ดันราคาน้ำมันโลกพุ่งแตะ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และแนวโน้มค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งกระทบโดยตรงต่อต้นทุนยา เวชภัณฑ์ และพลังงานของโรงพยาบาลที่ต้องเปิดทำการตลอด 24 ชั่วโมง โดยบริษัทฯ ได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกด้วยการขยายโครงการติดตั้ง Solar Rooftop และนำเทคโนโลยี AI มาใช้บริหารจัดการพลังงานเพื่อลดความเสี่ยงด้านต้นทุนอย่างยั่งยืน

สำหรับทิศทางการเติบโตในอนาคต ฝ่ายบริหารยังคงมุ่งเน้น 3 กลยุทธ์หลัก คือการยกระดับสู่ศูนย์การแพทย์เฉพาะทางระดับตติยภูมิเพื่อเพิ่มอัตรากำไร การใช้เทคโนโลยีนวัตกรรมเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และการรักษาฐานลูกค้าประกันสังคมควบคู่กับกลุ่มลูกค้าภาครัฐ ทั้งนี้ CHG ยังมีความแข็งแกร่งด้านฐานะทางการเงิน โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ในระดับต่ำเพียง 0.25 เท่า พร้อมรองรับการลงทุนเพื่อขยายธุรกิจและสร้างผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง โดย ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 บริษัทฯ มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลืออยู่ที่ 1,830 ล้านบาท

Back to top button