
“กรุงไทย” เตือนเงินบาทผันผวนสูง จับตา Trump-Xi summit-ตะวันออกกลาง
Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินเงินบาทยังเผชิญความเสี่ยง Two-Way Risk จากความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางและทิศทางดอกเบี้ย FED คาดเงินบาทแกว่งในกรอบ 32.20-32.50 บาทต่อดอลลาร์ แนะผู้ประกอบการใช้กลยุทธ์ Options บริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ท่ามกลางแรงกดดันเศรษฐกิจโลกและความผันผวนในตลาดการเงิน
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB เปิดเผยว่า แนวโน้มของค่าเงินบาท(USDTHB) เราคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทเสี่ยงเผชิญ Two-way risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับ พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนอยู่สูง ทำให้ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะกลยุทธ์ Options ที่จะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากค่าเงินได้เป็นอย่างดีในสภาวะที่ตลาดเผชิญความไม่แน่นอนสูง
ในช่วงนี้เงินบาทอาจเคลื่อนไหวไร้ทิศทางที่ชัดเจนในกรอบ Sideways ระหว่าง โซนแนวรับ 32.20-32.30 บาทต่อดอลลาร์ กับโซนแนวต้าน 32.50 บาทต่อดอลลาร์ เพื่อรอลุ้น การเจรจา Trump-Xi summit ในช่วงวันที่ 14-15 พฤษภาคม นี้ ที่อาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางได้
อย่างไรก็ดี ควรระวังความผันผวนของค่าเงินบาทบ้าง (โดยเฉพาะในฝั่งเงินบาทอ่อนค่าลง) ในช่วงตลาดทยอยรับรู้ รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ เนื่องจากหากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงออกมาดีกว่าคาด อาจทำให้ผู้เล่นในตลาดยังไม่กลับมาเชื่อว่า FED จะมีโอกาสลดดอกเบี้ยได้ในปีนี้ จนกว่าจะเห็นแนวโน้มการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่เป็นรูปธรรม จนนำไปสู่การเปิดช่องแคบ Hormuz ได้
ทั้งนี้ ยังคงมองว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอนสูง และพร้อมจะขับเคลื่อนตลาดการเงินได้ทั้งสองทิศทาง ขึ้นกับพัฒนาการของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ เงินบาท (รวมถึงสินทรัพย์อื่นๆ) จะยังคงเผชิญความเสี่ยง Two-Way Risk บนความผันผวนที่สูงกว่าปกติ ซึ่งผู้เล่นในตลาดควรใช้การประเมินสถานการณ์แบบ Scenario Analysis และควรใช้กลยุทธ์ Options เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ในช่วงที่ตลาดการเงินผันผวนสูง แม้ว่าเงินบาทจะพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นบ้าง
แต่เราจะยังไม่ปรับเปลี่ยนมุมมองต่อแนวโน้มการเคลื่อนไหวของเงินบาท ที่ยังอยู่ในแนวโน้ม “อ่อนค่าลง” หรืออย่างน้อยแกว่งตัวไร้ทิศทางที่ชัดเจน เมื่อประเมินในเชิงเทคนิคัล ตามกลยุทธ์ Trend-Following จนกว่า จะเห็นเงินบาทพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นทะลุโซนแนวรับ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ ได้อย่างชัดเจน ใน Time Frame รายสัปดาห์ เราถึงจะปรับมุมมองใหม่ว่า เงินบาทมีโอกาสกลับเข้าสู่แนวโน้มแข็งค่าขึ้นอีกครั้ง

