
FM ฟอร์มแกร่ง Q1 รายได้แตะ 1.84 พันล้าน รับออเดอร์ CAV ยุโรป-ญี่ปุ่นคึกคัก
FM โชว์ผลงานไตรมาส 1/69 รายได้แตะ 1,837 ล้านบาท กำไรสุทธิ 212 ล้านบาท ไฮไลต์กลุ่มไก่แปรรูปปรุงสุก (CAV) โตเด่น 30% รับออเดอร์ยุโรป-ญี่ปุ่นฟื้นตัวแรง พร้อมส่งสัญญาณ Q2 โตต่อจาก Backlog แข็งแกร่ง และดีมานด์ตลาดมาร์จิ้นสูงขยายตัว
นายสุเมธ มาสิลีรังสี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท ฟู้ดโมเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ FM ผู้นำการพัฒนาอาหารแปรรูปปรุงสุกจากเนื้อไก่ (CAV Products) ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิตระดับโลก เปิดเผยถึงภาพรวมผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้รวม 1,837 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยปัจจัยสำคัญมาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ไก่แปรรูปปรุงสุก (CAV) ที่มีปริมาณการขาย 6,470 ตัน เพิ่มขึ้น 30% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากคำสั่งซื้อล่วงหน้าที่เพิ่มขึ้นของลูกค้าในสหราชอาณาจักรและยุโรป รวมถึงญี่ปุ่น ส่งผลให้ Backlog ของ FM พุ่งสูงขึ้น
ทั้งนี้ ท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์โลก กลุ่มบริษัทฯ ยังคงมีกำไรที่แข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิที่ 212 ล้านบาท และยังคงรักษาระดับอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 11.5% ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้กลุ่มบริษัทฯ ได้มุ่งเน้นควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) อย่างมีประสิทธิภาพซึ่งรวมถึงการบริหารจัดการค่าเฟรท (Freight ) ส่งผลให้อัตรา SG&A อยู่ที่ 3.9%
ขณะที่ฐานะทางการเงินยังคงแข็งแกร่ง โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) เพียง 0.30 เท่า อัตราส่วนสภาพคล่อง 2.77 เท่า และมีวงจรเงินสด (Cash Cycle) เพียง 30 วัน สะท้อนถึงสภาพคล่องที่ดีและความพร้อมขยายธุรกิจตามแผนงานที่วางไว้
นายณัฐพล ดุษฎีโหนด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร FM กล่าวว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมไก่ของไทยในปี 2569 ยังมีทิศทางที่ดี ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 ของกลุ่มบริษัทฯ จึงมีแนวโน้มเติบโต โดยมีปัจจัยหนุนจากความต้องการในตลาดยุโรปและญี่ปุ่นที่มีมาร์จิ้นดี มีคำสั่งซื้อล่วงหน้าอยู่ในระดับสูง และการส่งออกไม่ได้รับผลกระทบจากค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากกลุ่มบริษัทฯ มีการขายสินค้าทั้งภายใต้เงื่อนไข FOB และ CFR โดยการขายสินค้าภายใต้เงื่อนไข FOB ผู้ซื้อจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าขนส่งสินค้า ในขณะที่การขายสินค้าแบบ CFR ได้รวมค่าขนส่งสินค้าไว้ในราคาขายแล้ว นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทฯ ได้มุ่งเน้นบริหารจัดการต้นทุนพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพผ่านการใช้พลังงานทดแทน เช่น Solar roof ซึ่งปัจจุบันได้ติดตั้งเต็มพื้นที่ของทั้ง 2 โรงงานแล้ว
“บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าปี 2569 จะเป็นก้าวสำคัญของการเติบโตของ FM จากประสิทธิภาพการผลิตที่เพิ่มขึ้น ตลาดส่งออกที่ยังมีความต้องการต่อเนื่อง จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้ในปีนี้เติบโตตามเป้าหมาย และยกระดับความสามารถทำกำไรให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีแก่ผู้ถือหุ้น” นายณัฐพล กล่าว

