
COCOCO โชว์กำไร Q1 โต 27% แตะ 82 ล้านบาท อานิสงส์ยอดขายกะทิ-อาหารสัตว์พุ่ง
COCOCO โชว์กำไรไตรมาส 1/69 แตะ 82.52 ลบ. เติบโต 27.23% รับแรงหนุนยอดขายกะทิและอาหารสัตว์เลี้ยงในอเมริกาพุ่ง ต้นทุนมะพร้าวลด ดันมาร์จิ้นแตะ 22.56% พร้อมลุยตั้งบริษัทย่อยในฟิลิปปินส์ขยายฐานผลิต
ดร.วรวัฒน์ ชิ้นปิ่นเกลียว ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทย โคโคนัท จำกัด (มหาชน) หรือ COCOCO เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทในไตรมาส 1/2569 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 82.52 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 27.23% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และเพิ่มขึ้นถึง 152.79% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของกำไรขั้นต้น ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการเติบโตของยอดขายผลิตภัณฑ์กะทิและอาหารสัตว์เลี้ยงในภูมิภาคอเมริกา รวมถึงการปรับกลยุทธ์ด้านราคาขาย (Pricing Strategy) การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ และปัจจัยด้านต้นทุนวัตถุดิบมะพร้าวที่มีแนวโน้มปรับตัวลดลง นอกจากนี้ COCOCO ยังสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารได้ดีขึ้น แม้จะเผชิญกับสภาวะต้นทุนที่ผันผวนในช่วงที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานได้รับผลกระทบบางส่วนจากผลขาดทุนในการปรับมูลค่ายุติธรรมของสัญญาอนุพันธ์ ตามความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน แต่บริษัทยังสามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรไว้ได้อย่างมั่นคงผ่านการบริหารจัดการต้นทุนเชิงรุกและการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตให้มีประสิทธิผลสูงสุด โดยมุ่งเน้นการสร้างสมดุลระหว่างการขยายรายได้และการสร้างผลตอบแทนในระยะยาว
สำหรับรายได้รวมในไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 1,509.22 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายและบริการในกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำมะพร้าวมีการชะลอตัวตามปัจจัยด้านฤดูกาลของธุรกิจเครื่องดื่ม ซึ่งโดยทั่วไปไตรมาสแรกถือเป็นช่วงนอกฤดูกาลขาย (Low Season) อย่างไรก็ตาม COCOCO ยังคงสามารถรักษาเสถียรภาพของรายได้ไว้ได้ดี ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและกำลังซื้อในหลายภูมิภาค
ด้านความสามารถในการทำกำไร บริษัทมีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 59.83 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นจากรายได้จากการขายและบริการที่ระดับ 22.56% ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 17.99% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้นจากระดับ 20.22% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลจากการเติบโตของยอดขายในกลุ่มผลิตภัณฑ์กะทิและอาหารสัตว์เลี้ยงในภูมิภาคอเมริกาที่เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีความสามารถในการทำกำไรสูง ประกอบกับปริมาณการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงที่เพิ่มขึ้นช่วยสนับสนุนการประหยัดต่อขนาด (Economy of Scale) และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน (Operating Efficiency) ทั้งนี้ COCOCO ยังคงเน้นการบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน การจัดหาวัตถุดิบ และต้นทุนการผลิตอย่างรอบคอบ เพื่อรองรับความผันผวนจากปัจจัยภายนอกและรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
นอกจากนี้ COCOCO ยังคงเดินหน้าขยายตลาดในภูมิภาคหลัก ได้แก่ เอเชีย ยุโรป และอเมริกา พร้อมทั้งเดินหน้าลงทุนผ่านบริษัทย่อยในประเทศฟิลิปปินส์ ภายใต้ชื่อ NOVOCOCONUT INC. เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตและลดความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน โดยคาดว่าโครงการดังกล่าวจะเริ่มดำเนินการได้ภายในปี 2569 ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวต่อไป

