TK ลุยปรับใช้ดิจิทัลบุก “สปป.ลาว” ดันพอร์ตเช่าซื้อโตระยะยาว

TK เดินหน้าปรับใช้แอปพลิเคชันดิจิทัลยกระดับการบริการใน สปป.ลาว หวังปั๊มพอร์ตเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว พร้อมโชว์ศักยภาพคุม NPL ฝั่งลาวต่ำเพียง 0.6% สอดรับฐานทุนและสภาพคล่องในมือที่แข็งแกร่งเกินครึ่งของสินทรัพย์รวม


นางปฐมา พรประภา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) หรือ TK เปิดเผยข้อมูลภาพรวมธุรกิจของบริษัทผ่านงาน Opportunity Day จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ในวันที่ 18 พ.ค. 69 ว่า ผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 1/2569 บริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 222.8 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 23.1 ล้านบาท (ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 52.5 ล้านบาท) สาเหตุหลักมาจากส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (Spread) ที่ลดลงเหลือ 11.7% จากต้นทุนค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม ฐานะทางการเงินของบริษัทยังคงแข็งแกร่ง โดย ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 5,731 ล้านบาท และมีสภาพคล่องในระดับสูงถึง 3,342 ล้านบาท (ประกอบด้วยเงินสด เงินฝากประจำ และการลงทุนในหุ้นกู้) ซึ่งคิดเป็น 58.3% ของสินทรัพย์รวมทั้งหมด นอกจากนี้ บริษัทยังมีการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญอย่างรัดกุม โดยมีสัดส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage Ratio) อยู่ที่ 114.4% ซึ่งถือเป็นระดับที่ปลอดภัยและเพียงพอต่อการรองรับความเสี่ยง

สำหรับภาพรวมพอร์ตสินเชื่อและการบริหารจัดการคุณภาพหนี้ (NPL) ในไตรมาส 1/2569 พบว่าพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ในประเทศไทยมีการเติบโตอย่างโดดเด่น โดยมียอดคงค้างอยู่ที่ 1,664 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.2% จากช่วงสิ้นปี 2568 สอดคล้องกับการที่บริษัทกลับมาเร่งปล่อยสินเชื่อตั้งแต่ช่วงปลายไตรมาส 2 ของปีก่อนหน้า ส่งผลให้สัดส่วนรายได้จากธุรกิจเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ขยับเพิ่มขึ้นเป็น 46.5% ของรายได้รวม ด้านคุณภาพลูกหนี้รวมในประเทศไทยปรับตัวดีขึ้น โดยมีสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ลดลงมาอยู่ที่ 5.4% จากระดับ 6.7% ในช่วงสิ้นปี 2568

ส่วนผลการดำเนินงานในต่างประเทศยังคงขยายตัวได้ดี โดยบริษัท ซัวสะเดย ไฟแนนซ์ (Suosdey Finance) ในประเทศกัมพูชา มีพอร์ตสินเชื่อเติบโต 18% แตะระดับ 958.3 ล้านบาท ทำกำไรสุทธิได้ 19.4 ล้านบาท พร้อมทั้งสามารถบริหารจัดการ NPL ให้ลดลงมาอยู่ที่ 4.3% ขณะที่บริษัท สบายดี ลีสซิ่ง (Sabaidee Leasing) ใน สปป.ลาว มีพอร์ตสินเชื่อเพิ่มขึ้น 14.6% เป็น 190.4 ล้านบาท ทำกำไรสุทธิ 9.8 ล้านบาท และสามารถควบคุม NPL ให้อยู่ในระดับต่ำมากเพียง 0.6% เท่านั้น

ด้านแผนการดำเนินธุรกิจและมุมมองอุตสาหกรรม บริษัทคาดการณ์ว่ายอดจดทะเบียนรถจักรยานยนต์ทั่วประเทศในปี 2569 จะอยู่ที่ประมาณ 1.74 ล้านคัน ซึ่งเป็นระดับที่ใกล้เคียงกับปีก่อนหน้า โดยบริษัทจะยังคงเน้นการเติบโตในธุรกิจหลักคือการให้สินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ พร้อมกันนี้ บริษัทยังเดินหน้ากลยุทธ์การนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเสริมประสิทธิภาพการให้บริการอย่างต่อเนื่อง โดยในประเทศไทยได้มีการใช้งานแอปพลิเคชัน LINE และ TK Plus เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าในการชำระค่างวดและตรวจสอบข้อมูลสินเชื่อ ส่วนในกัมพูชาได้นำแอปพลิเคชัน Suosdey Plus เข้ามาใช้งานและได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า ทั้งนี้ บริษัทมีแผนที่จะขยายการนำเทคโนโลยีดังกล่าวไปปรับใช้กับสาขาใน สปป.ลาว ในอนาคต เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจในภูมิภาคอย่างยั่งยืน

Back to top button