“ดาวโจนส์” ปิดบวก 159 จุด รับแรงซื้อหุ้นพลังงาน คลายกังวลอิหร่าน

ดัชนีดาวโจนส์ ปิดบวก 159.95 จุด ขณะที่ S&P500 และ Nasdaq ปิดลบ หลังนักลงทุนลดความเสี่ยงก่อน Nvidia ประกาศงบ แต่ตลาดฟื้นช่วงท้ายจากแรงซื้อหุ้นพลังงานและคลายกังวลตะวันออกกลาง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายเมื่อคืนวันจันทร์ (18 พ.ค.69) โดยดัชนีดาวโจนส์ปิดบวก ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดลบ หลังนักลงทุนทยอยขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อลดความเสี่ยงก่อนการประกาศผลประกอบการของ Nvidia ในสัปดาห์นี้ ท่ามกลางแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่ยังอยู่ในระดับสูง

ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (.DJI) ปิดที่ 49,686.12 จุด เพิ่มขึ้น 159.95 จุด หรือ +0.32% ขณะที่ ดัชนี S&P 500 (.SPX) ปิดที่ 7,403.05 จุด ลดลง 5.45 จุด หรือ -0.07% และดัชนี Nasdaq Composite (.IXIC) ปิดที่ 26,090.73 จุด ลดลง 134.41 จุด หรือ -0.51%

นักลงทุนยังคงระมัดระวังการลงทุนในหุ้นเทคโนโลยี โดยเฉพาะก่อน Nvidia จะประกาศผลประกอบการในสัปดาห์นี้ ขณะที่ตลาดให้ความสำคัญกับแนวโน้มรายได้ในอนาคต (Forward Guidance) มากกว่าตัวเลขผลประกอบการย้อนหลัง

ตลาดยังจับตาแผนพัฒนาแพลตฟอร์มชิป AI รุ่นใหม่ของ Nvidia ซึ่งถูกมองว่าจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางรายได้และการเติบโตในระยะถัดไป

แรงขายในหุ้นเทคโนโลยียังส่งผลให้หุ้นเซมิคอนดักเตอร์หลายตัวปรับฐาน ขณะที่นักลงทุนบางส่วนเลือกทำกำไรหลังหุ้น AI ปรับขึ้นแรงต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ตลาดลดช่วงลบและฟื้นตัวในช่วงท้ายการซื้อขาย หลังนักลงทุนคลายความกังวลต่อสถานการณ์ตะวันออกกลาง ภายหลังมีรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ชะลอการตัดสินใจทางทหารต่ออิหร่าน เพื่อเปิดทางให้การเจรจาทางการทูตดำเนินต่อไป

ขณะเดียวกัน ความเคลื่อนไหวดังกล่าวยังส่งผลให้ตลาดพลังงานผันผวนระหว่างวัน หลังนักลงทุนประเมินว่า ความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมันอาจลดลงชั่วคราว หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางไม่ยกระดับรุนแรงเพิ่มเติม

ด้านตลาดตราสารหนี้ยังคงเป็นอีกปัจจัยที่กดดันบรรยากาศลงทุน หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปี ปรับขึ้นเหนือระดับ 5.1% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2550 สะท้อนความกังวลว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงเป็นเวลานานกว่าที่ตลาดประเมินไว้

นักวิเคราะห์มองว่า แม้เม็ดเงินลงทุนในหุ้น AI และเทคโนโลยียังคงแข็งแกร่งในระยะยาว แต่ตลาดเริ่มเข้าสู่ช่วงประเมินมูลค่าหุ้นและแนวโน้มกำไรอย่างระมัดระวังมากขึ้น โดยผลประกอบการและแนวโน้มธุรกิจของ Nvidia จะเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐในระยะถัดไป

Back to top button