เปิดเงื่อนตาย “ดีลควบรวม” TTB-KTB ไม่เกิดขึ้นจริง!..ผวา TCAP กำไรวูบทันที

เปิดเงื่อนตาย “ดีลควบรวม” TTB-KTB ไร้ทางเกิดจริง? TTB ย้ำชัดไม่อยู่ในแผน M&A 5 ปี ขณะตลาดจับตาโครงสร้างผู้ถือหุ้น หากเปลี่ยนแปลงอาจกระทบการรับรู้กำไรของ TCAP อย่างมีนัยสำคัญ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (19 พ.ค. 2569) นางมานิกา สิทธิชัย เลขานุการบริษัท ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB เปิดเผยว่า ธนาคารได้ชี้แจงผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ภายหลังมีกระแสข่าวบนสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการควบรวมกิจการระหว่าง TTB และ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB

ธนาคารระบุอย่างชัดเจนว่า ขณะนี้ TTB ไม่ได้อยู่ในกระบวนการพิจารณาควบรวมกิจการกับธนาคารใด ๆ รวมถึงไม่มีแผนการควบรวมกิจการกับสถาบันการเงินอื่นอยู่ในแผนธุรกิจระยะ 5 ปีแต่อย่างใด ซึ่งเป็นการย้ำจุดยืนต่อเนื่องจากก่อนหน้านี้ พร้อมยืนยันว่าทิศทางธุรกิจในช่วงปี 2569–2573 จะไม่มีแผนด้านการควบรวมกิจการ (M&A) ตามที่มีกระแสข่าว

ทั้งนี้ TTB ยังคงมุ่งเน้นพันธกิจสำคัญภายใต้แนวคิด “Make REAL Change” เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตทางการเงินของลูกค้า ผ่านกลยุทธ์การเติบโตแบบ Ecosystem Play การดำเนินธุรกิจภายใต้หลัก Responsible Lending ตลอดจนการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านองค์กร (Digital Transformation) อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้น

แหล่งข่าวจากธนาคารระบุเพิ่มเติมว่า จากกรณีที่มีรายงานถึงความเป็นไปได้ในการควบรวมระหว่าง TTB และ KTB ธนาคารขอยืนยันอีกครั้งว่าไม่ได้อยู่ในกระบวนการพิจารณาควบรวมกับสถาบันการเงินใด ๆ และไม่มีแผนควบรวมในกรอบแผนธุรกิจระยะ 5 ปี ส่งผลให้ทิศทางในระยะกลางยังไม่มีความเคลื่อนไหวด้าน M&A แต่อย่างใด

อย่างไรก็ดี ในมิติการวิเคราะห์โครงสร้างผู้ถือหุ้น มีการประเมินว่าแม้การควบรวมระหว่าง TTB และ KTB อาจก่อให้เกิดประโยชน์เชิง Synergy ในเชิงทฤษฎี แต่ในทางปฏิบัติยังมีข้อจำกัดหลายประการ โดยเฉพาะโครงสร้างผู้ถือหุ้นของ TTB และผลกระทบด้านการรับรู้ทางบัญชีของผู้ถือหุ้นรายใหญ่

ปัจจุบันโครงสร้างผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ TTB ณ วันที่ 28 เมษายน 2569 (XD) สำหรับ 5 อันดับแรกประกอบด้วย บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TCAP ถือหุ้นจำนวน 23,782,833,043 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 24.37% ในฐานะบริษัทร่วม, ING BANK N.V.  ถือหุ้นจำนวน 21,164,759,420 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 21.69%,กระทรวงการคลังถือหุ้นจำนวน 11,364,282,005 หุ้น คิดเป้นสัดส่วน 11.65%, ธนาคาร ทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นจำนวน 5,783,412,207 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 5.93% และบริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด ถือหุ้นจำนวน 5,546,218,537 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 5.68%

ทั้งนี้ ภายใต้มาตรฐานการรับรู้ทางบัญชีวิธีส่วนได้เสีย (Equity Method) ผู้ถือหุ้นในสถานะบริษัทร่วมสามารถรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากกิจการตามสัดส่วนการถือหุ้น ซึ่งส่งผลให้ TCAP รับรู้ผลกำไรจาก TTB ในงบการเงินอย่างมีนัยสำคัญ โดยในไตรมาส 1 ปี 2569 TCAP มีกำไรสุทธิรวม 2,285 ล้านบาท ซึ่งประมาณ 1,250 ล้านบาท มาจากผลประกอบการของ TTB

อย่างไรก็ตาม หากในอนาคตเกิดการควบรวมกิจการระหว่าง TTB และ KTB จริง มีความเป็นไปได้ว่า สัดส่วนการถือหุ้นของ TCAP ในธนาคารใหม่จะลดลงต่ำกว่า 20% ซึ่งอาจทำให้สถานะเปลี่ยนจาก “บริษัทร่วม” เป็นเงินลงทุนทั่วไป ส่งผลให้ไม่สามารถรับรู้กำไรสุทธิจากธนาคารโดยตรงได้อีกต่อไป และจะเหลือเพียงการรับรู้ในรูปแบบเงินปันผล ซึ่งอาจกระทบต่อโครงสร้างรายได้หลักของ TCAP อย่างมีนัยสำคัญ

Back to top button