
“หุ้นเอเชีย” เปิดบวก! KOSPI ทำนิวไฮ รับหวังเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านคืบหน้า
"ตลาดหุ้นเอเชีย" เปิดบวกเป็นส่วนใหญ่ นำโดยตลาดหุ้นเกาหลีใต้พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขานรับความหวังการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านมีความคืบหน้า แม้สถานการณ์ยังเปราะบางหลังมีรายงานสหรัฐฯ โจมตีฐานยิงขีปนาวุธและเรืออิหร่าน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นเอเชียเปิดบวกเป็นส่วนใหญ่ในวันนี้ (26 พ.ค. 2569) โดยได้รับแรงหนุนจากความหวังว่าการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านจะมีความคืบหน้า ส่งผลให้นักลงทุนกลับมาเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น ขณะที่ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวโดดเด่นและพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
โดยดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 65,247.24 จุด เพิ่มขึ้น 89.05 จุด หรือ 0.14% ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 25,622.36 จุด เพิ่มขึ้น 16.33 จุด หรือ 0.06% ขณะที่ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 4,137.32 จุด ลดลง 15.25 จุด หรือ 0.37%
ด้านดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้พุ่งขึ้น 3.37% สวนทางกับดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียที่ปรับตัวลง 0.17%
ปัจจัยบวกหลักมาจากถ้อยแถลงของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งระบุผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า การเจรจากับอิหร่านกำลังดำเนินไปด้วยดี และอาจนำไปสู่ข้อตกลงที่เป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้ชาติอาหรับ รวมถึงอิหร่าน เข้าร่วมลงนามในข้อตกลงอับราฮัม เพื่อสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอล และเสริมสร้างความเป็นเอกภาพทางเศรษฐกิจในภูมิภาค
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงมีความเปราะบาง หลังมีรายงานว่ากองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ CENTCOM ได้โจมตีฐานยิงขีปนาวุธและเรือของอิหร่านที่พยายามวางทุ่นระเบิดทางตอนใต้ของอิหร่าน โดยระบุว่าเป็นการดำเนินการเพื่อปกป้องกองกำลังสหรัฐฯ จากภัยคุกคามของกองกำลังอิหร่าน
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันเคลื่อนไหวผันผวน โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส หรือ WTI ส่งมอบเดือนกรกฎาคม ร่วงลง 5.37% แตะระดับ 91.41 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงเช้าวันนี้ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบเดือนกรกฎาคม ดีดตัวขึ้น 1.75% แตะระดับ 97.82 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สะท้อนว่านักลงทุนยังคงประเมินความเสี่ยงของสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ แม้ตลาดหุ้นเอเชียจะตอบรับเชิงบวกต่อความหวังการเจรจาสันติภาพ แต่ปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม เนื่องจากสถานการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วและส่งผลโดยตรงต่อราคาพลังงาน รวมถึงทิศทางการลงทุนในตลาดหุ้นภูมิภาค
