
DMT เดินหน้าคุมต้นทุน ลุ้นชิงงาน M82-M5 หนุนรายได้ปี 69 โตตามเป้า
DMT มั่นใจผลดำเนินงานปี 2569 ยังเป็นไปตามเป้า แม้เผชิญปัจจัยกดดันด้านพลังงานและเศรษฐกิจ เดินหน้าคุมต้นทุนต่อเนื่อง ติดตามผลประมูล M82 และเตรียมลุ้น M5 ไตรมาส 3/2569 หนุนโอกาสขยายธุรกิจระยะยาว พร้อมขับเคลื่อน ESG นวัตกรรมระบบเก็บค่าผ่านทาง และโครงการใหม่รองรับการเติบโตในอนาคต
นางบงกชรัตน์ ตั้งชูกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานธุรกิจและการเงิน บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือ DMT เปิดเผยในงาน Opportunity Day จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 ว่า บริษัทเดินหน้าติดตามแนวโน้มปริมาณจราจรอย่างใกล้ชิด หลังพฤติกรรมการเดินทางภายหลังสถานการณ์โควิด-19 เปลี่ยนเข้าสู่ระดับปกติใหม่ โดยปัจจุบันปริมาณจราจรยังต่ำกว่าช่วงก่อนโควิดประมาณ 25% ขณะที่ในไตรมาส 2/2569 ยังต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจ ราคาน้ำมัน มาตรการภาครัฐด้านการท่องเที่ยว รวมถึงการปรับลดเที่ยวบินของสายการบินบางส่วน ซึ่งอาจส่งผลต่อการเดินทางเชื่อมต่อสนามบินดอนเมือง
ขณะเดียวกัน บริษัทอยู่ระหว่างติดตามผลการประมูลโครงการ M82 ช่วงบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว หลังจากได้ยื่นข้อเสนอแล้ว โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนภายใน 1-2 เดือน ขณะที่โครงการ M5 คาดว่าภาครัฐจะเปิดประมูลในช่วงไตรมาส 3/2569 ซึ่งเป็นโครงการที่ครอบคลุมทั้งงานก่อสร้างและการบริหารจัดการระบบ
นอกจากนี้ DMT ยังเดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์องค์กร 8 ด้าน ครอบคลุมการเพิ่มผลตอบแทนผู้ถือหุ้น การบริหารทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การนำระบบอัตโนมัติมาใช้ การบริหารการเปลี่ยนแปลง การขับเคลื่อน ESG การพัฒนานวัตกรรม การสนับสนุนบริษัทย่อย และการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อขยายตลาด
ด้านการดำเนินงานตามแนวทาง ESG บริษัทสามารถลดต้นทุนด้านพลังงาน ไฟฟ้า น้ำมัน และน้ำ ได้เฉลี่ยประมาณ 30% พร้อมเดินหน้าการใช้พลังงานสะอาด รถปฏิบัติการ EV ระบบโซลาร์ และโครงการลดคาร์บอน เช่น การทดลองทำนาลดโลกร้อนในพื้นที่ประมาณ 20 ไร่ รวมถึงได้รับรางวัลและมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม อาคารสีเขียว การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และการพัฒนาบุคลากรผ่านระบบ e-learning ครบ 100% ตามเป้าหมาย
ส่วนบริษัทย่อย เอ สยาม มีรายได้ในไตรมาส 1/2569 ประมาณ 14 ล้านบาท และมีกำไรเล็กน้อยราว 2 ล้านบาท โดย ณ เดือนพฤษภาคม 2569 มีงานในมือ 9 โครงการ ส่งมอบแล้ว 5 โครงการ และอยู่ระหว่างดำเนินการ 4 โครงการ ขณะที่ Alpha DMtech มีรายได้ประมาณ 11.5 ล้านบาท และมีโครงการในมือ 15 โครงการ สะท้อนการขยายธุรกิจด้าน Smart Infrastructure, Automation และ Green Technology อย่างต่อเนื่อง
สำหรับภาพรวมผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 บริษัทและกลุ่มบริษัทยังคงดำเนินงานได้ตามแผนและเป้าหมายที่วางไว้ แม้เผชิญแรงกดดันจากสถานการณ์ด้านพลังงานและภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน โดยบริษัทได้ยกระดับมาตรการบริหารจัดการต้นทุนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกับที่เคยดำเนินการในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19
ทั้งนี้ บริษัทมีรายได้ค่าผ่านทาง 671 ล้านบาท จากปริมาณจราจรเฉลี่ย 111,118 คันต่อวัน โดยรายได้ค่าผ่านทางลดลง 3% จากไตรมาสก่อน แต่เพิ่มขึ้น 3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 4.4% จากปีก่อน สอดคล้องกับการควบคุมต้นทุนการดำเนินงานทางยกระดับ ซึ่งเพิ่มขึ้นเพียง 1% แม้ปริมาณจราจรเติบโต
ด้านงบการเงินรวม บริษัทมีรายได้รวม 683 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 287 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 2% จากไตรมาสก่อน ขณะที่งบเฉพาะกิจการมีกำไรสุทธิ 288 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากปีก่อน และเพิ่มขึ้น 3% จากไตรมาสก่อน
ขณะที่ฐานะทางการเงินของบริษัทยังคงแข็งแกร่ง โดย ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวมตามงบการเงินรวม 9,608 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนอยู่ในระดับต่ำ และไม่มีภาระหนี้เงินกู้ระยะสั้นกับสถาบันการเงิน อีกทั้งยังมีวงเงินสินเชื่อเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนที่ยังไม่ได้เบิกใช้อีกประมาณ 1,650 ล้านบาท
นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 ในอัตรา 0.223 บาทต่อหุ้น โดยขึ้นเครื่องหมาย XD ไปเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 11 มิถุนายน 2569 สะท้อนนโยบายการจ่ายเงินปันผลในระดับไม่ต่ำกว่า 90% ของกำไรสุทธิ

