“ปลัดพาณิชย์” ถก Nestlé ดึงลงทุน-วิจัย ดันไทยสู่ฮับนวัตกรรมอาหารโลก

ปลัดกระทรวงพาณิชย์ พร้อม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา หารือ Nestlé ยกระดับความร่วมมือ หวังดึงลงทุนต่อยอดวัตถุดิบไทย สู่ศูนย์กลางนวัตกรรมอาหารและห่วงโซ่อุปทานโลก


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วย นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา และคณะ ได้ประชุมหารือร่วมกับบริษัท Nestlé นำโดย นายเรมี เอเจล (Rémy Ejel) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ประจำภูมิภาคเอเชีย โอเชียเนีย และแอฟริกา ณ สำนักงานใหญ่และศูนย์วิจัย Nestlé Global Headquarters เมืองเวเวย์ สมาพันธรัฐสวิส เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569

การหารือครั้งนี้เป็นการแลกเปลี่ยนแนวทางความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมอาหาร เทคโนโลยี และทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อสนับสนุนการต่อยอดศักยภาพอุตสาหกรรมอาหารและเกษตรมูลค่าสูงของไทย รวมถึงการพัฒนาความร่วมมือในฐานะพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ด้านทรัพย์สินทางปัญญา

นายวุฒิไกร กล่าวว่า Nestlé ถือเป็นหนึ่งในพันธมิตรทางการค้าที่สำคัญของไทย โดยมีการจ้างงานและการลงทุนในไทยต่อเนื่องยาวนานกว่า 133 ปี รวมถึงใช้ไทยเป็นฐานการผลิตสินค้าเพื่อส่งออก รองรับการเติบโตของตลาดอาหารและเครื่องดื่มในภูมิภาค

ทั้งนี้ ไทยมีจุดแข็งด้านวัตถุดิบทางการเกษตร คุณภาพการผลิต และความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งสามารถต่อยอดความร่วมมือด้านนวัตกรรมอาหาร การวิจัยและพัฒนา และอุตสาหกรรมอาหารมูลค่าสูงได้ในอนาคต

ในโอกาสนี้ Nestlé ยังแสดงความสนใจขยายการลงทุนและความร่วมมือด้านนวัตกรรมในประเทศไทย โดยมองเห็นศักยภาพของไทยในฐานะฐานการผลิตและศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทานอาหารสำคัญของภูมิภาค โดยเฉพาะภาคการเกษตรและวัตถุดิบที่มีความหลากหลาย ซึ่งสามารถเชื่อมโยงสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับโลกได้

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังหารือแนวทางส่งเสริมศักยภาพกลุ่มเกษตรกรและผู้ประกอบการไทย ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา ควบคู่กับความร่วมมือด้านการจับคู่ทางเทคโนโลยี (Technology Matching) โดยกระทรวงพาณิชย์จะช่วยเชื่อมโยงโจทย์วิจัยของ Nestlé กับสถาบันวิจัยและมหาวิทยาลัยในไทย

สำหรับบริษัท Nestlé เป็นผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มรายใหญ่ระดับโลก มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองเวเวย์ สมาพันธรัฐสวิส ปัจจุบันมีเครือข่ายธุรกิจครอบคลุมกว่า 180 ประเทศทั่วโลก มีโรงงานผลิตมากกว่า 300 แห่ง รวมถึงมีศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) กระจายอยู่ในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในฐานการผลิตสำคัญของบริษัท

Back to top button