SCB ปักหมุดโลกการเงินยุคใหม่ ชูบล็อกเชน-Tokenization ขับเคลื่อนอนาคต

SCB เดินหน้าสร้างโครงสร้างพื้นฐานการเงินดิจิทัลเต็มรูปแบบ รับกระแสสินทรัพย์ดิจิทัลเติบโตทั่วโลก พร้อมเร่งพัฒนา Tokenized Assets และบริการบนบล็อกเชน หวังยกระดับการเข้าถึงบริการการเงินและก้าวสู่ผู้นำ Future Finance ในภูมิภาค


นายกวีวุฒิ เต็มภูวภัทร Chief Innovation Officer บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบี เท็นเอกซ์ จำกัด (SCB 10X) เปิดเผยว่า ระบบการเงินโลกกำลังเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ โดยสินทรัพย์ดิจิทัลได้ก้าวข้ามสถานะ “สินทรัพย์ทางเลือก” ไปสู่การเป็น “โครงสร้างพื้นฐานหลัก” ของโลกการเงินยุคใหม่ สะท้อนจากมูลค่าตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลกที่ปัจจุบันสูงกว่า 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ Stablecoin มีธุรกรรมรวมกว่า 62 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกับระบบชำระเงินชั้นนำของโลก

ทั้งนี้ ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกยังถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล โดยมีผู้ใช้งานกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลกว่า 350 ล้านราย หรือคิดเป็น 43% ของผู้ใช้งานทั่วโลก ขณะที่ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีอัตราการยอมรับสินทรัพย์ดิจิทัลติดอันดับโลก สะท้อนถึงความต้องการใช้งานจริงที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ แนวโน้ม Real-World Asset Tokenization ยังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่ามูลค่าตลาดจะขยายสู่ระดับ 23 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573 และแตะ 88 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2578

สำหรับกลุ่ม SCBX ได้เดินหน้าวางรากฐานด้าน Web3 และสินทรัพย์ดิจิทัลมาอย่างต่อเนื่องกว่า 10 ปี โดยเริ่มจากการลงทุนใน Ripple ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ก่อนต่อยอดสู่บริการโอนเงินระหว่างประเทศผ่าน RippleNet บนแอปพลิเคชัน SCB EASY ซึ่งมีมูลค่าธุรกรรมสะสมกว่า 9,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ครอบคลุม 27 เส้นทางทั่วโลก พร้อมกันนี้ SCB 10X ยังลงทุนในบริษัทโครงสร้างพื้นฐานสินทรัพย์ดิจิทัลระดับโลก อาทิ Fireblocks, Anchorage Digital, Nansen และ SBI Digital Markets เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของระบบนิเวศทางการเงินดิจิทัลในระยะยาว

นอกจากนี้ SCBX ยังวางยุทธศาสตร์การพัฒนา Future Finance ผ่านโมเดล 3 ชั้น ได้แก่ Infrastructure, Asset และ Use โดยในส่วนของ Infrastructure บริษัทพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน Custody, Tokenization และ Distribution ผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น Token X ซึ่งเป็น ICO Portal ที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน ก.ล.ต. และ InnovestX ที่มีฐานนักลงทุนมากกว่า 1 ล้านราย ขณะที่ด้าน Asset บริษัทเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ ทั้ง Crypto ETF, Tokenized Bonds, Tokenized Funds และ Tokenized Deposit เพื่อเชื่อมโลกการเงินดั้งเดิมเข้าสู่ระบบดิจิทัล

ขณะที่ในด้านการใช้งานจริง SCBX อยู่ระหว่างศึกษาการนำ Tokenized Assets มาใช้เป็นหลักประกันสินเชื่อผ่าน Smart Contract เพื่อเพิ่มความรวดเร็ว โปร่งใส และลดข้อจำกัดของระบบเดิม โดยบริษัทมองว่าเทคโนโลยีบล็อกเชนจะช่วยลดต้นทุน เพิ่มความเร็วในการทำธุรกรรมแบบเรียลไทม์ และเปิดโอกาสให้บริการทางการเงินเข้าถึงคนได้มากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายสำคัญของกลุ่มในการผลักดัน Financial Inclusion หรือการสร้างระบบการเงินที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างแท้จริงในอนาคต

Back to top button