“เงินบาท” แกว่งกรอบ 32.50–32.85 บ. จับตาดีลหยุดยิงสหรัฐ–อิหร่าน

KTB ชี้ค่าเงินบาทยังอยู่ในภาวะผันผวนสูงและมีลักษณะ Two-way risk โดยเคลื่อนไหวในกรอบ 32.50–32.85 บาทต่อดอลลาร์ พร้อมมีแนวรับสำคัญที่ 32.20–32.30 บาทต่อดอลลาร์ ยังขึ้นอยู่กับพัฒนาการของสถานการณ์ตะวันออกกลางและทิศทางนโยบายการเงินสหรัฐฯ เป็นหลัก ทำให้ตลาดยังต้องระมัดระวังการลงทุนในช่วงความไม่แน่นอนสูง


นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ยังคงมีความผันผวน โดยล่าสุดปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับราว 4.45% สอดคล้องกับการลดลงของความคาดหวังต่อทิศทางการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) หลังตลาดตอบรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาผสมผสาน รวมถึงความคืบหน้าในการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน

ทั้งนี้ มองว่าบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ยังคงอยู่ในภาวะ “แกว่งตัวสองทิศทาง” (Two-way risk) โดยขึ้นอยู่กับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตาม ระดับบอนด์ยีลด์เหนือ 4.50% ยังถือเป็นโซนที่น่าสนใจสำหรับการทยอยเข้าลงทุน เนื่องจากสามารถรองรับความเสี่ยงในกรณีเลวร้าย หากความขัดแย้งกลับมารุนแรง จนอาจผลักดันให้บอนด์ยีลด์พุ่งขึ้นไปแตะระดับ 5.00% ได้

นายพูน กล่าวว่า หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางทยอยคลี่คลายภายในไตรมาส 2 ตามคาด และเงินเฟ้อสหรัฐฯ รวมถึงเงินเฟ้อคาดการณ์ระยะปานกลางไม่เร่งตัวขึ้นต่อเนื่อง ธนาคารกลางสหรัฐฯ มีโอกาสคงอัตราดอกเบี้ยในปี 2026 ก่อนจะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปี 2027 ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยมีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่องทั้งในปีนี้และปีหน้า
ด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์สหรัฐทยอยอ่อนค่าลงตามการปรับตัวลงของบอนด์ยีลด์ และแรงหนุนจากความคืบหน้าในการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน

อย่างไรก็ดี ตลาดยังคงระมัดระวังท่าทีและยังไม่ปรับพอร์ตอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) เคลื่อนไหวบริเวณ 98.9–99.4 จุด ขณะที่ราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากทั้งดอลลาร์ที่อ่อนค่าและบอนด์ยีลด์ที่ปรับลง โดยราคาทองคำในตลาด COMEX ส่งมอบเดือนสิงหาคม 2026 ขยับขึ้นเข้าใกล้ระดับ 4,550 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนเผชิญแรงขายทำกำไรบางส่วน ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่ยังสูง

สำหรับค่าเงินบาท (USDTHB) มองว่ายังคงเผชิญความผันผวนและความเสี่ยงแบบ Two-way risk โดยทิศทางระยะสั้นขึ้นอยู่กับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางเป็นหลัก โดยเฉพาะการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งยังมีความไม่แน่นอนสูง ทำให้เงินบาทมีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบ โดยมีแนวรับบริเวณ 32.50 บาทต่อดอลลาร์ และแนวต้านที่ 32.75–32.85 บาทต่อดอลลาร์

ทั้งนี้ หากการเจรจาหยุดยิงบรรลุข้อตกลงและนำไปสู่การคลี่คลายของความตึงเครียด รวมถึงการเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง เงินบาทมีโอกาสแข็งค่าขึ้นไปทดสอบโซน 32.20–32.30 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่หากสถานการณ์กลับมาตึงเครียด เงินบาทอาจอ่อนค่ากลับไปทดสอบโซน 32.75–32.85 บาทต่อดอลลาร์ได้เช่นกัน

โดยภาพรวมยังคงประเมินว่าเงินบาทและสินทรัพย์การเงินต่าง ๆ จะเคลื่อนไหวผันผวนภายใต้ความเสี่ยงแบบ Two-way risk ต่อเนื่อง นักลงทุนจึงควรบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบและใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยง เช่น Options เพื่อรองรับความผันผวนในช่วงตลาดยังขาดความชัดเจน

Back to top button