
YLG ชี้ราคาทองคำฟื้นตัวระยะสั้น รับเงินเฟ้อสหรัฐตามคาด-ลุ้นเจรจาหยุดยิงอิหร่าน
บ.วายแอลจีฯ ประเมินทิศทางราคาทองคำฟื้นตัวโดดเด่นในระยะสั้น รับแรงหนุนจากตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่สอดคล้องกับคาดการณ์ และพัฒนาการเชิงบวกจากการเจรจาของสหรัฐฯ-อิหร่าน แม้ตลาดยังมีปัจจัยกดดันจากเหตุการณ์ยิงโดรน พร้อมแนะกลยุทธ์นักลงทุนหาจังหวะเปิดสถานะซื้อเมื่อราคาย่อตัวไม่หลุดแนวรับสำคัญ เพื่อทำกำไรในรอบถัดไป
บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด หรือ YLG เปิดเผยถึงแนวโน้มทิศทางราคาทองคำว่า ราคาทองคำสามารถปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในระยะสั้น โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากแรงซื้อทางเทคนิคในลักษณะเมื่อราคาอ่อนตัว (Buy on dip) ประกอบกับตัวเลขเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core PCE) ของสหรัฐอเมริกาที่ประกาศออกมาใกล้เคียงกับที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ซึ่งปัจจัยดังกล่าวมีส่วนช่วยลดแรงกดดันต่อการดำเนินนโยบายการเงินแบบเข้มงวดเพื่อสกัดกั้นเงินเฟ้อ
นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับอานิสงส์จากพัฒนาการเชิงบวกในสถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ที่ได้มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เบื้องต้นร่วมกัน อย่างไรก็ตาม พบว่าแรงซื้อทองคำในช่วงเช้าวันนี้ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับวันก่อนหน้า เนื่องจากนักลงทุนยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับอุปสรรคที่อาจสกัดกั้นการเจรจาในระยะถัดไป หลังจากเกิดเหตุการณ์ตึงเครียดที่อิหร่านยิงทำลายโดรนของสหรัฐอเมริกา โดยอ้างเหตุผลด้านการรุกล้ำน่านฟ้า
สำหรับมุมมองด้านเทคนิค วายแอลจีฯ ประเมินว่า หลังจากราคาทองคำสามารถยืนหยัดเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน และดีดตัวขึ้นจนทะลุผ่านระดับ 4,464 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้สำเร็จ ส่งผลให้มุมมองเชิงลบต่อทิศทางราคาเริ่มลดลง อย่างไรก็ดี ในวันนี้ประเมินว่าราคาอาจมีการพักตัวระยะสั้น หลังจากสัญญาณทางเทคนิคในกรอบเวลา (Time Frame) ขนาดเล็กเริ่มเข้าสู่ภาวะซื้อมากเกินไป (Overbought) แต่หากราคาอ่อนตัวลงมาแล้วไม่หลุดระดับ 4,366 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งมีลักษณะของการสร้างฐานจุดต่ำสุดที่ยกตัวสูงขึ้น (Higher Low) จะเป็นสัญญาณเชิงบวกที่ชี้ว่าราคากำลังเข้าสู่รอบการดีดตัวและปรับขึ้นต่อไป
ส่วนของกลยุทธ์การลงทุนแนะนำให้นักลงทุนพิจารณาเปิดสถานะซื้อ (Long Position) หากราคามีการย่อตัวลงมาแต่ยังคงสามารถยืนเหนือแนวรับที่ระดับ 4,450-4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และพิจารณาขายทำกำไรหากราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นแต่ไม่สามารถทะลุผ่านแนวต้านที่ระดับ 4,527-4,581 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยง แนะนำให้นักลงทุนตั้งจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) ทันทีหากราคาปรับตัวหลุดแนวรับที่ระดับ 4,366 ดอลลาร์ต่อออนซ์

