
“นิด้าโพล” ชี้คนกรุง 64.96% เทใจหนุน “ผู้ว่า กทม. อิสระ” ไร้สังกัดพรรค
“นิด้าโพล” เผยผลสำรวจคนกรุงเทพฯ ก่อนเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ สก. พบประชาชน 64.96% เทใจเลือกผู้สมัครผู้ว่าฯ อิสระ ไม่สังกัดพรรคการเมืองและไม่มีพรรคหนุนหลัง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (31 พ.ค. 2569) ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ นิด้า เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง “ผู้ว่าฯ กทม. อิสระหรือสังกัดพรรค” เกี่ยวกับแนวโน้มการลงคะแนนเสียงเลือกผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร หรือ สก. ในการเลือกตั้งวันที่ 28 มิถุนายน 2569
ทั้งนี้ นิด้าโพลทำการสำรวจระหว่างวันที่ 25-26 พฤษภาคม 2569 จากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในกรุงเทพมหานคร ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 50 เขต กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง
ผลสำรวจพบว่า แนวโน้มการลงคะแนนเสียงเลือกผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในการเลือกตั้งวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 64.96 ระบุว่าจะเลือกผู้สมัครอิสระที่ไม่สังกัดพรรคการเมืองและไม่มีพรรคการเมืองหนุนหลัง รองลงมาร้อยละ 16.88 ระบุว่าจะเลือกผู้สมัครที่สังกัดพรรคการเมือง ขณะที่ร้อยละ 12.82 ระบุว่าจะเลือกผู้สมัครอิสระแต่มีพรรคการเมืองหนุนหลัง และร้อยละ 5.34 ระบุว่ายังไม่แน่ใจ
ส่วนแนวโน้มการลงคะแนนเสียงเลือกผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร หรือ สก. พบว่า ประชาชนร้อยละ 48.47 ระบุว่าจะเลือกผู้สมัครอิสระที่ไม่สังกัดพรรคการเมืองและไม่มีพรรคการเมืองหนุนหลัง รองลงมาร้อยละ 33.21 ระบุว่าจะเลือกผู้สมัครที่สังกัดพรรคการเมือง ขณะที่ร้อยละ 11.60 ระบุว่าจะเลือกผู้สมัครอิสระแต่มีพรรคการเมืองหนุนหลัง และร้อยละ 6.72 ระบุว่ายังไม่แน่ใจ
นอกจากนี้ เมื่อสอบถามถึงแนวโน้มการลงคะแนนเสียงเลือกผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. และ สก. จากพรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมืองเดียวกัน พบว่า ประชาชนร้อยละ 53.97 ระบุว่าจะเลือกจากพรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมืองที่แตกต่างกัน ขณะที่ร้อยละ 36.80 ระบุว่าจะเลือกจากพรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมืองเดียวกัน ส่วนร้อยละ 9.08 ระบุว่ายังไม่แน่ใจ และร้อยละ 0.15 ระบุว่าไม่ตอบหรือไม่สนใจ
ผลสำรวจดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า คนกรุงเทพมหานครยังให้น้ำหนักกับผู้สมัครอิสระ โดยเฉพาะตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ขณะเดียวกันการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานครยังมีสัดส่วนผู้สนับสนุนผู้สมัครจากพรรคการเมืองในระดับที่มีนัยสำคัญ สะท้อนแนวโน้มการพิจารณาลงคะแนนเสียงที่อาจแยกกันระหว่างตำแหน่งฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติท้องถิ่น
