
“ฟินันเซีย ไซรัส” มอง BGRIM กำไรปี 69-70 โต 23% แนะซื้อเป้า 17 บาท
บล.ฟินันเซีย ไซรัส มอง BGRIM ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อในปี 2569-2570 จากฐานกำไรที่แข็งแกร่ง พร้อมคงราคาเป้าหมาย 17 บาท แม้กำไรปกติไตรมาส 2/2569 อาจทรงตัวหรือลดลงเล็กน้อยจากต้นทุนก๊าซปรับสูงขึ้น
บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ว่า บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 721 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 10.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สูงกว่าประมาณการของฝ่ายวิจัยและตลาดคาดไว้ราว 16% โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากกำไรอัตราแลกเปลี่ยนที่สูงกว่าคาด
อย่างไรก็ตาม หากหักรายการพิเศษ ซึ่งเป็นกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 214 ล้านบาท บริษัทจะมีกำไรปกติอยู่ที่ 507 ล้านบาท ทรงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน แต่ลดลง 7.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ถือว่าใกล้เคียงกับที่ฝ่ายวิจัยประเมินไว้
สำหรับรายได้จากการขายไฟฟ้ารวมปรับตัวลดลง 4% จากไตรมาสก่อน และลดลง 7.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากรายได้จากการขายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. ลดลงเล็กน้อย เนื่องจากมีการปิดซ่อมบำรุงตามแผนของโรงไฟฟ้า ABP5, BGPAT2 และ BGPAT3
ขณะที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าของลูกค้าอุตสาหกรรมปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเหล็กและชิ้นส่วนยานยนต์ อย่างไรก็ตาม ราคาขายไฟฟ้าให้แก่ กฟผ. และลูกค้าอุตสาหกรรมปรับลดลงตามค่า Ft ส่งผลให้รายได้โดยรวมลดลง นอกจากนี้ รายได้จากโรงไฟฟ้าในเวียดนามปรับตัวดีขึ้น จากปริมาณขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นและค่าเงินดองอ่อนค่า ขณะที่อัตรากำไรของโรงไฟฟ้า SPP ในประเทศไทยปรับดีขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากค่า Ft ปรับลดลงน้อยกว่าการลดลงของต้นทุนราคาก๊าซ
ด้านส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมอยู่ที่ 144 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.6% จากไตรมาสก่อน จากกำไรอัตราแลกเปลี่ยนในสินทรัพย์ต่างประเทศที่เป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ แต่ลดลง 11.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร หรือ SG&A ลดลง 34.3% จากไตรมาสก่อน เนื่องจากไม่มีค่าใช้จ่ายพนักงานที่เพิ่มขึ้นจากการรับโอนพนักงานจากบริษัท BGRIM JV เหมือนไตรมาสก่อนหน้า แต่เพิ่มขึ้น 9.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามจำนวนพนักงานที่เพิ่มขึ้น
ขณะที่ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนหนึ่งมาจากผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากหนี้สกุลดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงภาระภาษีที่เพิ่มขึ้นหลังโรงไฟฟ้า ABP3 สิ้นสุดสิทธิประโยชน์ทางภาษีจาก BOI อย่างไรก็ตาม บริษัทมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 518 ล้านบาท จากเงินให้กู้ยืมสกุลดอลลาร์สหรัฐแก่บริษัทในเครือต่างประเทศ ส่งผลให้สุทธิแล้วบริษัทมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 214 ล้านบาท
สำหรับแนวโน้มกำไรปกติไตรมาส 2/2569 ฝ่ายวิจัยประเมินว่ามีโอกาสทรงตัวหรือลดลงเล็กน้อย ทั้งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนและช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากต้นทุนก๊าซเริ่มปรับตัวสูงขึ้นในเดือนพฤษภาคม มาอยู่ที่ 347 บาทต่อล้านบีทียู จากราคาเฉลี่ย 270 บาทต่อล้านบีทียูในไตรมาส 1/2569 ขณะที่ค่า Ft ปรับขึ้นเพียง 7 สตางค์ต่อหน่วย มาอยู่ที่ 16.23 สตางค์ต่อหน่วย
จากการวิเคราะห์ความอ่อนไหวของการเปลี่ยนแปลงค่า Ft และต้นทุนราคาก๊าซ พบว่า หากราคาก๊าซปรับขึ้น 62 บาทต่อล้านบีทียู จะกระทบต่อกำไรลดลงประมาณ 217 ล้านบาทต่อไตรมาส ขณะที่ค่า Ft ที่ปรับขึ้น 7 สตางค์ต่อหน่วย จะช่วยหนุนกำไรเพิ่มขึ้นราว 75 ล้านบาทต่อไตรมาส ดังนั้น ผลกระทบสุทธิคาดว่าจะทำให้กำไรไตรมาส 2/2569 ลดลงประมาณ 140-150 ล้านบาท
ทั้งนี้ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569-2570 เติบโต 23.4% และ 10.7% จากปีก่อน ตามลำดับ พร้อมยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” คงราคาเป้าหมาย BGRIM ที่ 17 บาท

