“ฟินันเซียไซรัส” เชียร์ “ซื้อ” CPALL เป้า 63 บาท มองข้ามช็อตปี 69 กำไรโตเด่น-พีอีต่ำ

บล.ฟินันเซีย ไซรัส มอง CPALL รับมือครึ่งหลังปี 69 อย่างระมัดระวัง จับตาต้นทุนน้ำมัน-ค่าไฟและมาตรการคนละครึ่ง แต่ยังได้อานิสงส์ผู้ชนะเงินเฟ้อ หนุนปรับราคาเฉลี่ยช่วยชดเชยต้นทุน พร้อมคุมเสี่ยงกัมพูชาเหลือ 63 สาขา โบรกฯ คาด SSSG โต 1-2% กำไรปี 69 โต 10.9% แนะ “ซื้อ” เป้า 63 บาท


บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์เกี่ยวกับบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL ว่า ผู้บริหารยังมีมุมมองเชิงระมัดระวัง (conservative) ต่อแนวโน้มในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 โดยกำลังซื้อยังอยู่ในระดับประคองตัว ทั้งนี้ ประเด็นที่ต้องติดตาม ได้แก่ 1) ต้นทุนที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะราคาน้ำมันซึ่งกระทบต่อยอดขายประมาณ 0.155% ต่อการปรับขึ้นทุก 10 บาท รวมถึงค่าไฟฟ้าที่อาจปรับเพิ่มขึ้นในช่วง 4 เดือนสุดท้าย ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายประมาณ 100 ล้านบาทต่อเดือน และ 2) ผลกระทบจากมาตรการ “คนละครึ่ง”

ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์ประเมินว่าผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่แน่นอนยังอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้ โดยบริษัทมีการปรับเพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ ขณะที่ค่าไฟฟ้าจะมีน้ำหนักมากขึ้นในช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปี อย่างไรก็ตาม CPALL ยังคงถูกมองเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากภาวะเงินเฟ้อ (inflationary winner) จากการปรับราคาขายเฉลี่ย (ASP) ซึ่งสามารถช่วยชดเชยแรงกดดันด้านต้นทุนได้

ด้านรายได้อื่น (other income) คาดว่าจะยังมีความต่อเนื่องจากปี 2568 จากกิจกรรมส่งเสริมการขายและแคมเปญต่าง ๆ ที่ประสบความสำเร็จ รวมถึงแรงสนับสนุนจาก supplier support ที่ยังคงต่อเนื่อง

สำหรับธุรกิจ Virtual Bank ผู้บริหารระบุว่าเป็นประเด็นด้านการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของหน่วยงานกำกับดูแล มากกว่าการเป็นกลยุทธ์หลักของบริษัท ขณะที่ธุรกิจในกัมพูชา ณ สิ้นปี 2569 มีจำนวนสาขารวม 63 แห่ง โดยลดลงจาก 125 สาขาในช่วงก่อนหน้า ทั้งนี้ บริษัทยังอยู่ในช่วงรอดูสถานการณ์ (wait and see) และสามารถโยกย้ายสินทรัพย์บางส่วนได้ ส่งผลให้ความเสี่ยงด้านการด้อยค่าทรัพย์สิน (impairment) อยู่ในระดับจำกัด

แนวโน้มยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ปี 2569 คาดเติบโตระดับ 1–2% โดยได้รับแรงหนุนจากสภาพอากาศ ขณะที่ธุรกิจ CPAXT คาดทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วนกำไรปี 2569 คาดเติบโตประมาณ 10% จากการเติบโตของยอดขายและอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ยังอยู่ในทิศทางทรงตัวถึงดีขึ้นเล็กน้อย โดยบริษัทหลักทรัพย์คาดกำไรปี 2569 เติบโตประมาณ 10.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน

ทั้งนี้ CPALL ซื้อขายที่ระดับประมาณ 13.4 เท่าของกำไรปี 2569 ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มค้าปลีกที่ราว 14–15 เท่า โดยบริษัทหลักทรัพย์ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” พร้อมให้ราคาเป้าหมายที่ 63 บาท

Back to top button