
TQR ส่งซิกไตรมาส 2 โตแกร่ง ลุยเจาะไซเบอร์-EV ดันรายได้ปีนี้ “ออลไทม์ไฮ”
TQR ส่งสัญญาณไตรมาส 2/69 เติบโตแข็งแกร่ง รับอานิสงส์ความต้องการบริหารความเสี่ยงทั้งกลุ่มประกันภัยต่อแบบดั้งเดิมและทางเลือกใหม่ที่พุ่งสูงขึ้น พร้อมเดินหน้าขยายผลิตภัณฑ์รองรับเมกะเทรนด์โลก ผนึกกำลังพันธมิตร TQM และ อัลฟ่าเซค รุกพัฒนาระบบความปลอดภัย ปูทางสู่เป้าหมายรายได้ปีนี้เติบโตสร้างสถิติสูงสุดใหม่
นายชนะพันธุ์ พิริยะพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ที คิว อาร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TQR เปิดเผยถึงแนวโน้มธุรกิจในไตรมาส 2 ปี 2569 ว่ายังคงมีทิศทางที่เติบโตและเป็นไปตามแผนงานของบริษัท โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนหลักจากความต้องการทำประกันภัยต่อของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อคุ้มครองความเสี่ยงรูปแบบใหม่ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจทางเลือก (Alternative) เช่น ประกันภัยต่อสุขภาพและอุบัติเหตุส่วนบุคคล (Personal Accident and Health)
ขณะเดียวกัน ประกันภัยต่อด้านไซเบอร์ (Cyber) ยังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากความเสี่ยงที่ขยายตัวตามการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ส่งผลให้องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนต่างหันมาให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงด้านข้อมูลและระบบสารสนเทศมากขึ้น รวมถึงกลุ่มประกันภัยต่อการก่อการร้ายและภัยทางการเมือง (Political Violence) นอกจากนี้ กลุ่มประกันภัยต่อแบบดั้งเดิม (Traditional) เช่น กลุ่มประกันความเสี่ยงภัยอัคคีภัยและทรัพย์สิน ก็ยังสามารถเติบโตได้ดีเช่นกัน
ทั้งนี้ บริษัทไม่ได้มองเพียงการเติบโตตามภาวะตลาด แต่มุ่งเน้นการสร้างการเติบโตผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยต่อและบริการที่ตอบโจทย์ความเสี่ยงใหม่ๆ โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาโซลูชันเพื่อรองรับเมกะเทรนด์ (Mega Trends) สำคัญของโลก ได้แก่ ความเสี่ยงด้านไซเบอร์ (Cyber Risk), รถยนต์ไฟฟ้าและพลังงานสะอาด (EV & Clean Energy), ประกันภัยเฉพาะทาง (Specialty Insurance), การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ (Climate Risk) และสังคมผู้สูงวัย (Aging Society) ซึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นความต้องการผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพและโรคร้ายแรงในระยะยาว การปรับตัวเพื่อรองรับความเสี่ยงเหล่านี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน และผลักดันให้รายได้ของ TQR ในปีนี้ทำสถิติสูงสุดใหม่ (All Time High)
อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงเดินหน้าสานต่อความร่วมมือกับ บริษัท ทีคิวเอ็ม อัลฟา จำกัด (มหาชน) หรือ TQM โดยมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาประกันภัยที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์หลักที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้ามาอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ความร่วมมือกับ บริษัท อัลฟ่าเซค จำกัด ซึ่ง TQR ถือหุ้นในสัดส่วน 30% นั้น ได้มีการร่วมกันพัฒนาแพลตฟอร์ม Cyber Risk และระบบวิเคราะห์ความเสี่ยงด้วยเทคโนโลยี เพื่อรองรับความต้องการด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ขององค์กร ระดับบุคคล และภาคธุรกิจต่างๆ อย่างครอบคลุม

