
“สงคราม” กดดันเชื่อมั่นไทย KTB ชี้เงินบาทเสี่ยงอ่อนค่าต่อ
KTB คาดดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคไทยเดือนพฤษภาคมอาจลดลงต่อเนื่องจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น ท่ามกลางผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ขณะที่เงินบาทยังมีแนวโน้มอ่อนค่าและแกว่งตัวในกรอบกว้างจากปัจจัยต่างประเทศ
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB เปิดเผยว่า สำหรับประเทศไทยในสัปดาห์นี้ นักลงทุนรอติดตามดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนพ.ค. ซึ่งมีแนวโน้มปรับลดลงต่อเนื่องจากผลกระทบของความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ค่าครองชีพสูงขึ้น แม้อาจได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ เช่น โครงการคนละครึ่งพลัส
สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.40-33.15 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนแนวโน้มเงินบาทในระยะสั้นยังมีแรงกดดันด้านอ่อนค่าเพิ่มขึ้น หลังตลาดรับรู้ตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งกว่าคาดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้นักลงทุนปรับเพิ่มการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) อาจคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงหรือมีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม
นอกจากนี้ หากการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังไม่มีพัฒนาการเชิงบวก เงินบาทอาจเผชิญแรงกดดันให้อ่อนค่าต่อเนื่อง โดยเฉพาะหากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะประกาศออกมาดีกว่าคาด ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ตลาดให้ความสนใจคือ รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ ในวันพุธนี้
อย่างไรก็ตาม เงินบาทยังคงเผชิญความเสี่ยงแบบ Two-Way Risk หรือมีโอกาสเคลื่อนไหวได้ทั้งทิศทางแข็งค่าและอ่อนค่า ขึ้นอยู่กับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึงความเคลื่อนไหวของเงินเยนญี่ปุ่น ซึ่งอาจกลับมาแข็งค่าอย่างรวดเร็วจากการแทรกแซงของทางการญี่ปุ่น หรือภาวะที่นักลงทุนลดความเสี่ยงในตลาดการเงินโลก
ทั้งนี้ หากเงินบาทกลับมาแข็งค่า แนวรับแรกอยู่ที่ระดับ 32.50 บาทต่อดอลลาร์ และแนวรับถัดไปบริเวณ 32.20-32.30 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่แนวต้านสำคัญอยู่ที่ 32.85 บาทต่อดอลลาร์ และ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ตามลำดับ
ในเชิงเทคนิคัล Krungthai GLOBAL MARKETS มองว่า ค่าเงินบาทยังอยู่ในแนวโน้มอ่อนค่า ตามสัญญาณของกลยุทธ์ Trend-Following และจะยังไม่เปลี่ยนทิศทางจนกว่าจะสามารถแข็งค่าผ่านระดับ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ได้อย่างชัดเจนและต่อเนื่อง ส่งผลให้ระยะนี้เงินบาทมีโอกาสอ่อนค่าหรือแกว่งตัวในกรอบกว้าง
ส่วนทิศทางเงินดอลลาร์สหรัฐ มีโอกาสแข็งค่าต่อ หากอัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ ออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ แต่หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางคลี่คลาย หรือมีการแทรกแซงค่าเงินเยนจากทางการญี่ปุ่น เงินดอลลาร์ก็อาจกลับมาอ่อนค่าได้เช่นกัน
