
KTB ชี้บอนด์ยีลด์สหรัฐยังสูง แนะทยอยสะสมพันธบัตรระยะยาว
KTB มองบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี เคลื่อนไหวในกรอบ 4.50%-4.58% ท่ามกลางความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางและการรอติดตามตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ แนะนักลงทุนทยอยเข้าซื้อพันธบัตรระยะยาว หลังระดับยีลด์ปัจจุบันเริ่มมีความน่าสนใจมากขึ้น
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB เปิดเผยว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี (Bond Yield) ยังคงเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways อยู่ในกรอบ 4.50%-4.58% ท่ามกลางความระมัดระวังของนักลงทุนต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง แม้จะเริ่มมีสัญญาณเชิงบวกจากการยุติการโจมตีระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน ซึ่งอาจช่วยสนับสนุนความคืบหน้าของการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงให้น้ำหนักต่อความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งภายในปีนี้ และยังไม่เร่งปรับเปลี่ยนมุมมองต่อนโยบายการเงิน จนกว่าจะเห็นความชัดเจนจากตัวเลขเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ ที่จะประกาศในคืนวันพุธนี้ รวมถึงพัฒนาการของการเจรจาหยุดยิงในตะวันออกกลาง
ทั้งนี้ ยังคงมุมมองว่า บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี มีโอกาสเคลื่อนไหวได้ทั้งในทิศทางขึ้นและลง (Two-way Risk) โดยขึ้นอยู่กับสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะส่งผลต่อการประเมินแนวโน้มดอกเบี้ยของ FED พร้อมกับมองว่าการที่บอนด์ยีลด์ 10 ปี ปรับตัวขึ้นเหนือระดับ 4.50% ทำให้พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะยาวมีความน่าสนใจมากขึ้น และสามารถรองรับความเสี่ยงได้ในกรณีที่ยีลด์อาจขยับขึ้นไปแตะระดับ 5.00% จึงยังแนะนำให้นักลงทุนทยอยสะสมพันธบัตรระยะยาวของสหรัฐฯ และไทย โดยเฉพาะในช่วงที่บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อยู่เหนือระดับ 4.50%
สำหรับแนวโน้มในระยะถัดไป หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางทยอยคลี่คลายภายในไตรมาส 2 หรืออย่างช้าไม่เกินไตรมาส 3 และอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ รวมถึงเงินเฟ้อคาดการณ์ระยะกลางไม่ได้เร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ คาดว่า FED จะคงอัตราดอกเบี้ยตลอดปี 2026 ก่อนทยอยปรับลดดอกเบี้ย 2 ครั้งในปี 2027 ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายตลอดปีนี้และปีหน้า
ด้านตลาดเงิน เงินดอลลาร์สหรัฐยังเคลื่อนไหวแบบไร้ทิศทาง แม้ในช่วงแรกจะอ่อนค่าลงตามความหวังต่อการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน หลังทั้งอิหร่านและอิสราเอลส่งสัญญาณยุติการโจมตี อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงหนุนให้นักลงทุนถือครองเงินดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ส่งผลให้ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) แกว่งตัวอยู่บริเวณ 99.8-100.1 จุด หรือใกล้ระดับ 100 จุด
ส่วนราคาทองคำยังเผชิญแรงกดดันจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้การฟื้นตัวของราคาทองคำยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะทะลุระดับ 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ โดยราคาสัญญาทองคำ COMEX ส่งมอบเดือนสิงหาคม 2569 ยังคงเคลื่อนไหวในกรอบจำกัด