
“ทองคำ” ร่วงหนัก! วิตก “สหรัฐ-อิหร่าน” ปะทะเดือด-เฟดขึ้นดอกเบี้ย
ราคาทองคำตลาดโลกเผชิญแรงกดดันและมีแนวโน้มปรับตัวลดลง ท่ามกลางความตึงเครียดระลอกใหม่ในภูมิภาคตะวันออกกลางจากการปะทะกันระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ขณะที่นักลงทุนทั่วโลกต่างจับตาการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐคืนนี้ ท่ามกลางความกังวลว่า “เฟด” อาจเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ
บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด (มหาชน) หรือ GBS เปิดเผยว่า ประเมินทิศทางราคาทองคำมีโอกาสปรับตัวลดลง โดยได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางที่กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง ภายหลังจากสหรัฐอเมริกาเปิดฉากโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ เนื่องจากเหตุการณ์ที่เฮลิคอปเตอร์ของสหรัฐฯ ถูกยิงตกเมื่อวานนี้ ส่งผลให้การเจรจาสันติภาพมีความเปราะบางมากยิ่งขึ้น และทำให้เกิดแรงขายในกลุ่มสินทรัพย์เสี่ยง ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่เข้ามากดดันราคาทองคำ อย่างไรก็ตาม ในระหว่างวันอาจมีแรงซื้อเก็งกำไรสลับเข้ามา หลังจากที่ราคาทองคำปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งสัปดาห์
ขณะเดียวกัน ในวันนี้ (10 มิ.ย.69) นักลงทุนยังคงจับตาการประกาศตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) หรืออัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ เพื่อประเมินสัญญาณและทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อย่างใกล้ชิด จึงมองว่าราคาทองมีลุ้นทดสอบแนวรับสำคัญที่ระดับ 4,130 – 4,160 ดอลลาร์ต่อออนซ์
โดยสอดคล้องกับบทวิเคราะห์จาก บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด ที่ระบุว่า ราคาทองคำในตลาดโลกมีการปรับตัวลดลง โดยสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากกรณีที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อกรณีที่อิหร่านยิงเฮลิคอปเตอร์อาปาเช่ของสหรัฐฯ ตกเมื่อคืนที่ผ่านมา พร้อมระบุอย่างชัดเจนว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับการตอบโต้จากทางการสหรัฐฯ
นอกจากนี้ ข้อมูลจากเครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group Inc. หรือ CME ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ขึ้นเป็น 47.3% จากเดิมที่ระดับ 42.6% ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ในช่วงเดือนธันวาคม 2569 จากปัจจัยความตึงเครียดข้างต้น ทำให้ตลาดเกิดความกังวลว่าเฟดอาจวิตกต่อปัญหาเงินเฟ้อที่เกิดจากภาวะสงคราม ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์จาก Commerzbank AG หรือ CBK ได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า หากดัชนีราคาผู้บริโภคประจำเดือนพฤษภาคมของสหรัฐฯ ที่จะมีการประกาศในคืนนี้ ปรับตัวออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ราคาทองคำก็มีแนวโน้มที่จะร่วงลงไปได้อีก ขณะที่ความเคลื่อนไหวของกองทุน SPDR ล่าสุด พบว่ามีการเทขายทองคำออกมาจำนวน 3.43 ตัน
อ่านเพิ่มเติม : “ทองคำ” เช้านี้ปรับลง 2,000 บ. “รูปพรรณ” ขายออก 66,200 บาท

