“ญี่ปุ่น” โชว์ส่งออก พ.ค.พุ่ง 17% นิวไฮรอบกว่า 3 ปี รับแรงส่ง AI-รถยนต์

ญี่ปุ่นเผยยอดส่งออกเดือนพ.ค. 2569 พุ่ง 17% สูงสุดในรอบกว่า 3 ปี รับแรงหนุนจากความต้องการเซมิคอนดักเตอร์และรถยนต์ ขณะที่ดุลการค้ากลับมาขาดดุลเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงการคลังญี่ปุ่นเปิดเผยรายงานเบื้องต้นในวันนี้ (17 มิถุนายน) ว่า มูลค่าการส่งออกของญี่ปุ่นในเดือนพฤษภาคม 2569 ขยายตัว 17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นับเป็นอัตราการเติบโตสูงสุดในรอบกว่า 3 ปี หรือตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2565 โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการรถยนต์และเซมิคอนดักเตอร์ที่ยังคงแข็งแกร่งในตลาดโลก

ทั้งนี้ ตัวเลขการส่งออกดังกล่าวสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 16.2% และเร่งตัวขึ้นจากเดือนเมษายนที่ขยายตัว 14.8%

ข้อมูลจากกระทรวงการคลังระบุว่า การส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ของญี่ปุ่นในเดือนพฤษภาคมพุ่งขึ้น 61.2% เมื่อเทียบรายปี โดยได้รับอานิสงส์จากความต้องการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การส่งออกรถยนต์เพิ่มขึ้น 16.4%

ด้านการนำเข้าในเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้น 12.5% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นการขยายตัวสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2568 แม้ว่าจะต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 12.8% เล็กน้อย

อย่างไรก็ตาม ญี่ปุ่นมียอดขาดดุลการค้าในเดือนพฤษภาคมอยู่ที่ 378,600 ล้านเยน หรือประมาณ 2.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ นับเป็นการกลับมาขาดดุลการค้าเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน

การเปิดเผยข้อมูลการค้าในครั้งนี้มีขึ้นภายหลังธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ 1% ในการประชุมเมื่อวันที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 31 ปี โดยมีเป้าหมายเพื่อรับมือกับความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น จากผลกระทบของราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง รวมถึงการอ่อนค่าของเงินเยน

นักวิเคราะห์มองว่า แม้การอ่อนค่าของเงินเยนจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสนับสนุนภาคการส่งออกของญี่ปุ่น แต่ในอีกด้านหนึ่งก็สร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจภายในประเทศ เนื่องจากต้นทุนการนำเข้าสูงขึ้น ส่งผลให้เงินเฟ้อจากการนำเข้าเร่งตัว และบั่นทอนกำลังซื้อของภาคครัวเรือน

Back to top button