KKPS แนะนำถือ CPF เหลืออัพไซด์จำกัด หลังหักมูลค่า CPALL–CPAXT

KKPS แนะนำ “ถือ” หุ้น CPF มองเหลืออัพไซด์จำกัดหลังหักมูลค่าถือ CPALL–CPAXT ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานยังถูกกดดันจากธุรกิจจีนและภาระหนี้สินที่อยู่ในระดับสูง


บริษัทหลักทรัพย์เกียรตินาคินภัทร หรือ KKPS ยังคงมีมุมมองเป็นกลางต่อบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF โดยระบุว่าราคาหุ้นปรับตัวลงมาอยู่ในระดับที่สะท้อนมูลค่าเชิงลึกแล้ว

ทั้งนี้ ประเมินว่า หากอ้างอิงราคาหุ้น CPF ที่ระดับ 19.20 บาท และหักมูลค่าตามตลาดของหุ้นที่ถืออยู่ใน บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL และบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT จะทำให้มูลค่าหุ้นของ CPF เหลือเพียงประมาณ 0.70 บาทต่อหุ้น หรือคิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรหลัก (Core P/E) ราว 0.81 เท่า อย่างไรก็ตาม แม้ระดับมูลค่าดังกล่าวจะอยู่ในโซนที่น่าสนใจ แต่ยังถูกกดดันจากภาระหนี้สินที่อยู่ในระดับสูง และความไม่แน่นอนของผลการดำเนินงานในประเทศจีน

ด้านธุรกิจสุกรในประเทศไทย ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 62 บาทต่อกิโลกรัม จากระดับต่ำสุดในเดือนกุมภาพันธ์ที่ 56 บาทต่อกิโลกรัม หรือเพิ่มขึ้นราว 10% โดยได้รับแรงหนุนจากต้นทุนอาหารสัตว์ที่ปรับตัวสูงขึ้น และมาตรการบริหารจัดการอุปทานของภาครัฐ ทั้งนี้ KKPS มองว่า เมื่อปัจจัยด้านการลดซัพพลายเริ่มคลี่คลาย โอกาสการปรับขึ้นของราคาหมูในประเทศอาจมีจำกัด

ขณะที่ตลาดในประเทศจีน ราคาหมูยังอยู่ในระดับต่ำราว 10 หยวนต่อกิโลกรัม ต่ำกว่าจุดคุ้มทุนประมาณ 20–25% อีกทั้งตลาดฟิวเจอร์ยังไม่สะท้อนสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน แม้ภาครัฐจะมีมาตรการบริหารอุปทาน แต่ยังไม่สามารถระบุจุดต่ำสุดของราคาได้ ส่งผลให้ CPF ขาดทุนจากการดำเนินงานในจีนราว 2,600 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2569 และคาดว่าการขาดทุนอาจยังต่อเนื่องตลอดทั้งปี หากราคาหมูในจีนยังไม่กลับมามีเสถียรภาพ

สำหรับประเทศเวียดนาม ระบุว่าเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงสุดของ CPF โดยราคาหมูอยู่ที่ระดับ 65,000 ดองต่อกิโลกรัม และยังได้รับอานิสงส์จากการควบรวมกิจการภายใต้นโยบายสนับสนุนของภาครัฐ อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวในเวียดนามยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยแรงกดดันจากผลการดำเนินงานในจีนได้อย่างเต็มที่ ภายใต้โครงสร้างรายได้ปัจจุบันของบริษัท

ทั้งนี้ ทางฝ่ายวิจัยยังคงคำแนะนำ “ถือ” (Neutral) สำหรับหุ้น CPF โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 22.20 บาทต่อหุ้น

Back to top button