
WHAUP ลุ้นกำไร Q3 แตะ 435 ล้าน โบรกชี้ธุรกิจน้ำ-ไฟฟ้าแกร่ง ชูเป้า 9.70 บาท
บล.กรุงศรี คาด WHAUP กำไรสุทธิไตรมาส 3/69 แตะ 435 ล้านบาท ลดลง 10% จากปีก่อน หลังรายได้ Capacity Charge ชะลอตัว แต่ธุรกิจน้ำ-ไฟฟ้ายังเติบโต มองทั้งปีกำไรปกติพุ่ง 27% แตะ 1.4 พันล้านบาท คงคำแนะนำ “ซื้อ” เป้า 9.70 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์หุ้น บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP ว่า แนวโน้มผลประกอบการปี 2569 ยังเติบโตแข็งแกร่ง จากการขยายตัวของธุรกิจจำหน่ายน้ำอุตสาหกรรมและธุรกิจผลิตไฟฟ้า แม้กำไรไตรมาส 3/2569 มีแนวโน้มชะลอตัวจากฐานสูงในช่วงก่อนหน้า โดยฝ่ายวิจัยคาดว่ากำไรปกติทั้งปีจะอยู่ที่ประมาณ 1,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% เมื่อเทียบกับปีก่อน พร้อมจับตาความคืบหน้าหลักเกณฑ์การลงทุน Data Center ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสนับสนุนโอกาสการเติบโตในระยะถัดไป
สำหรับผลประกอบการไตรมาส 3/2569 ฝ่ายวิจัยคาดว่า WHAUP จะมีกำไรสุทธิประมาณ 435 ล้านบาท ลดลง 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 18% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยหากไม่รวมกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน (FX Gain) ประมาณ 22 ล้านบาท จะมีกำไรปกติอยู่ที่ 413 ล้านบาท ลดลง 17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 18% จากไตรมาสก่อนหน้า
ทั้งนี้ แม้ธุรกิจจำหน่ายน้ำอุตสาหกรรมและธุรกิจไฟฟ้ายังคงเติบโต แต่กำไรที่ลดลงมีสาเหตุหลักจากการรับรู้รายได้ค่าความพร้อมจ่ายไฟฟ้า (Capacity Charge) ที่คาดว่าจะลดลงเหลือประมาณ 32 ล้านบาท หรือลดลง 88% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 47% จากไตรมาสก่อนหน้า เมื่อเทียบกับฐานรายได้ที่อยู่ในระดับสูงในไตรมาส 3/2568 และไตรมาส 2/2569
อย่างไรก็ตาม บล.กรุงศรีมองว่า กำไรปกติไตรมาส 3/2569 ที่ระดับ 413 ล้านบาทยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี เมื่อเทียบกับระดับกำไรเฉลี่ยในอดีตของ WHAUP ที่ประมาณ 200–300 ล้านบาทต่อไตรมาส โดยหากผลประกอบการเป็นไปตามคาด กำไรปกติสะสมช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 จะคิดเป็นประมาณ 75% ของประมาณการกำไรทั้งปี
สำหรับแนวโน้มไตรมาส 4/2569 บล.กรุงศรีคาดว่า WHAUP จะมีกำไรปกติประมาณ 300–350 ล้านบาท เติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากผลประกอบการโรงไฟฟ้า Gheco-One ที่มีแนวโน้มฟื้นตัว ปริมาณจำหน่ายน้ำอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 8–10% รวมถึงการรับรู้รายได้ Capacity Charge ที่สูงขึ้น และการทยอยเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์อย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม กำไรปกติไตรมาส 4/2569 มีแนวโน้มลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติรวม (Pool Gas) ที่คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 440 บาทต่อล้านบีทียู (MMBtu) เทียบกับระดับ 384 บาทต่อล้านบีทียูในไตรมาส 3/2569 และ 267 บาทต่อล้านบีทียูในไตรมาส 4/2568 ซึ่งจะเป็นปัจจัยกดดันต้นทุนการผลิตไฟฟ้าในช่วงปลายปี
ทั้งนี้ หากผลประกอบการเป็นไปตามสมมติฐานดังกล่าว บล.กรุงศรีประเมินว่า WHAUP จะมีกำไรปกติปี 2569 ประมาณ 1,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% จากปีก่อน สอดคล้องกับประมาณการของฝ่ายวิจัยและตลาด สะท้อนความสามารถในการรักษาระดับการเติบโตของธุรกิจหลัก ท่ามกลางความผันผวนของต้นทุนพลังงาน
ขณะเดียวกัน ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามในระยะถัดไปคือความคืบหน้าของหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับโครงการ Data Center โดย บล.กรุงศรีคาดว่าจะเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเดือนพฤศจิกายน 2569 ก่อนมีโอกาสเริ่มอนุมัติโครงการใหม่ตั้งแต่เดือนธันวาคมเป็นต้นไป ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสนับสนุนความต้องการใช้สาธารณูปโภคและไฟฟ้าในระยะยาว
สำหรับคำแนะนำการลงทุน บล.กรุงศรีคงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น WHAUP พร้อมราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 9.70 บาทต่อหุ้น โดยอ้างอิงการประเมินมูลค่าด้วยวิธีรวมมูลค่าธุรกิจแต่ละส่วน (Sum-of-the-Parts: SOTP) พร้อมให้น้ำหนักกับแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจจำหน่ายน้ำอุตสาหกรรมและไฟฟ้า รวมถึงโอกาสจากความคืบหน้าการลงทุน Data Center ในอนาคต

