
“เอกนิติ” ชูอสังหาฯ เครื่องยนต์ดันเศรษฐกิจ ผนึก ธปท.-บสย. แก้รีเจกต์เรตพุ่ง
“เอกนิติ” ชูอสังหาฯ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เผยยอดโอนโต 17% สินเชื่อเพิ่ม 12% พร้อมผนึก “ธปท.-บสย.” ค้ำประกันลดปัญหาปฏิเสธสินเชื่อ หนุนกรีนโลนดอกเบี้ย 2.5% เดินหน้าติดโซลาร์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (29 ต.ค.69) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ภาคอสังหาริมทรัพย์เป็นทั้งปัจจัยสี่ (ที่อยู่อาศัย) และเป็นเครื่องยนต์หลักที่สะท้อนสุขภาพทางเศรษฐกิจของประเทศไทยที่ดีที่สุด เนื่องจากการสร้างบ้านหรือคอนโดมิเนียมขึ้นมา 1 ยูนิต จะเชื่อมโยงระบบนิเวศทางเศรษฐกิจและซัพพลายเชนขนาดใหญ่ ตั้งแต่แรงงานก่อสร้าง งานตกแต่ง ผู้รับเหมา วัสดุก่อสร้าง อุปกรณ์ไฟฟ้า และนวัตกรรมสินเชื่อของสถาบันการเงิน

โดยในช่วงที่ผ่านมา ทางรัฐบาลได้ใช้ยุทธศาสตร์ปรับลดค่าธรรมเนียมการโอนและค่าจดจำนองแบบไม่ส่งสัญญาณล่วงหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ซื้อชะลอการตัดสินใจ และส่งผลให้ยอดโอนกรรมสิทธิ์ในช่วงครึ่งปีแรกขยายตัวทันที 17%
พร้อมทั้งร่วมมือกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ผลักดันโครงการ “บ้านคนละหลัง PLUS” ด้วยสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ 2 ปีแรกเพียง 2.8% ต่อปี เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนคนตัวเล็กเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น และช่วยให้ภาพรวมสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์พลิกกลับมาเป็นบวก เติบโต 12% จากที่เคยติดลบมาตลอด
ขณะที่นโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว (Green Transition) ได้เปลี่ยนสถานะจากเมื่อ 2 ปีก่อนที่เป็นเพียงเรื่องที่ทำแล้วดูดี มาเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ เนื่องจากวิกฤตโลกร้อนและวิกฤตพลังงาน ฉะนั้น การปรับตัวสู่พลังงานสะอาดในที่อยู่อาศัยจึงเป็นทางรอดทางเศรษฐกิจของประเทศ
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้สั่งการให้สถาบันการเงินของรัฐ ทั้ง ธอส. ธนาคารออมสิน และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ออก “สินเชื่อสีเขียว (Green Loans)” อัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษ 2.5% ต่อปี เพื่อสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านและใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าเบอร์ 5 พร้อมเปลี่ยนประชาชนจากผู้บริโภคที่ต้องจ่ายค่าไฟมาเป็นผู้ผลิต ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายและขายไฟเข้าระบบสร้างรายได้ประจำ (Passive Income) ได้ด้วย
ขณะเดียวกัน รัฐบาลได้ดึงผู้ประกอบการและผู้รับเหมาไทยรายย่อย (SMEs) เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานพลังงานสะอาด พร้อมจัดทำสินเชื่อพิเศษสำหรับซื้ออุปกรณ์และออกหนังสือค้ำประกัน (Bank Guarantee) ผ่าน บสย. และ 3 ธนาคารรัฐ คิดค่าธรรมเนียมต่ำพิเศษไม่เกิน 1% ต่อปี หรือเพียง 500 บาทต่อปี สำหรับวงเงินค้ำประกัน 50,000 บาท เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายเล็กรับงาน
นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างความมั่นใจให้ประชาชนได้รับอุปกรณ์และงานติดตั้งที่มีคุณภาพมาตรฐาน ไร้การหลอกลวง และป้องกันปัญหาผู้รับเหมาทิ้งงาน เพราะที่ผ่านมาเจอปัญหาการทิ้งงานในประเทศไทยค่อนข้างเยอะ
สำหรับการดำเนินนโยบายพัฒนาประเทศนั้น จะต้องทำควบคู่ไปกับการรักษาวินัยการเงินการคลัง และไม่ปล่อยให้เศรษฐกิจเป็นไปตามภาวะสงครามหรือวิกฤต แล้วค่อยมาจ่ายเงินเยียวยาไปเรื่อย ๆ
ดังนั้น หากวินัยการคลังแข็งแกร่งจะทำให้ตลาดการเงินโลกมีความเชื่อมั่น สะท้อนจากพันธบัตรรัฐบาลไทยระยะ 10 ปี มีต้นทุนการกู้เงินต่ำเพียง 2.5% เมื่อเทียบกับสหรัฐอเมริกาหรือทวีปยุโรปที่สูงถึงกว่า 5% ถือเป็นฐานรากสำคัญที่ทำให้สถาบันการเงินของรัฐสามารถปล่อยสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำที่ระดับ 2.5-2.8% ให้แก่ประชาชนได้
“บ้านคือชีวิต และภาคอสังหาริมทรัพย์คือส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจไทย หากอสังหาฯ ดี เศรษฐกิจไทยก็ดี หากอสังหาฯ ยั่งยืน เศรษฐกิจไทยก็ยั่งยืนตาม” นายเอกนิติ กล่าว
ส่วนแนวทางการแก้ไขปัญหาอัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Reject Rate) ที่อยู่ในระดับสูงของตลาดนั้น กระทรวงการคลังได้หารือร่วมกับผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการจัดทำโครงการ SME Credit Boost ด้วยการนำกลไกของ บสย. เข้ามาช่วยค้ำประกันสินเชื่อเพิ่มเติม ทั้งในฝั่งของธนาคารรัฐและธนาคารพาณิชย์ เพื่อสร้างความมั่นใจและกระตุ้นให้สถาบันการเงินกล้าอนุมัติปล่อยสินเชื่อให้แก่ลูกค้ารายย่อยและผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs) มากขึ้น และช่วยลดความกังวลของธนาคารในเรื่องปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL)

ขณะที่ นายกอบเดช ตั้งไชยวงศ์ ประธานการจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 50 เปิดเผยว่า สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร สมาคมอาคารชุดไทย และสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย ได้จัดงาน “มหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 50 ครบที่สุด ทุกที่ ทุกทำเล ทุกราคากว่า 1,000 โครงการ” ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่างวันที่ 28 ตุลาคม ถึงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569
โดยงานในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด The Future of Sustainable Living ที่นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ใช้จริงในชีวิตประจำวันเข้ากับที่อยู่อาศัย พร้อมทั้งได้เชื่อมผู้ประกอบการและสถาบันการเงิน รวมถึงนวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัย มานำเสนอกับผู้บริโภคยุคใหม่ ครอบคลุมทุกระดับราคา ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม คอนโดมิเนียม และอื่น ๆ บนทำเลคุณภาพ พร้อมข้อเสนอพิเศษและบริการสินเชื่อภายในงาน
“เทคโนโลยีและที่อยู่อาศัยถูกออกแบบมาตั้งแต่อาคารสีเขียว (Green Building) ให้ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โซลาร์ Rooftop ระบบ Smart Home และ EV Charger ไปจนถึงวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและพื้นที่สีเขียว ซึ่งเชื่อมโยงกับความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจโดยตรง รวมถึงการเลือกสินทรัพย์ที่เหมาะสมและกำลังซื้อของตนเอง” นายกอบเดช กล่าว

