
“ดีอี” จับมือภาครัฐ–เอกชน พัฒนาแพลตฟอร์มเตือนภัย–สกัดข่าวปลอม
ดีอีผนึก LINE–รัฐ–เอกชน ยกระดับระบบเตือนภัย พยากรณ์อากาศ–ข่าวปลอม พร้อมบูรณาการข้อมูลรับมือภัยพิบัติ ลดผลกระทบประชาชนทั่วประเทศ
ผู้สื่อข่าวรายงานวันที่ 23 มิถุนายน 2569 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมงานการประกาศเจตนารมย์ LIFELINE : พร้อมก่อนวิกฤต ความร่วมมือเพื่อยกระดับความพร้อมของประเทศไทยต่อทุกสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยมีนายนรสิทธิ์ สิทธิเวชวิจิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Line ประเทศไทย ผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันภัยธรรมชาติ และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้อง Crystal Box ชั้น 19 อาคาร Gaysorn Tower
นางสาวแนน บุณย์ธิดา กล่าวว่า รัฐบาลโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้ความสำคัญกับการรับมือภัยธรรมชาติ โดยเป็น 1 ในนโยบายหลัก 4 ด้านของรัฐบาล ซึ่งกระทรวงดีอี มีบทบาทสำคัญในการเตรียมความพร้อมรับมือกับการเกิดภัยพิบัติ ในส่วนของการแจ้งเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวัง ผ่านกรมอุตุนิยมวิทยา และการตรวจสอบเฝ้าระวังข่าวปลอมที่มาพร้อมกับการเกิดภัยพิบัติ
ในส่วนของกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ยกระดับการเฝ้าระวัง และการแจ้งเตือนผ่านการคาดการณ์สภาพอากาศล่วงหน้าใน 2 ระดับ คือ ระยะ 1 เดือน และระยะ 3 เดือน โดยได้แจ้งเตือนข้อมูลพยากรณ์อากาศให้กับหน่วยงานด้านการป้องกันสาธารณภัยของทุกจังหวัดได้รับทราบล่วงหน้า เพื่อเตรียมการรับมือ เฝ้าระวัง และป้องกันการเกิดเหตุการณ์ซึ่งอาจกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชน
ขณะที่ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย หรือ AFNC จะเป็นหน่วยงานตรวจสอบ และเฝ้าระวังการเกิดข่าวปลอมในช่วงของการเกิดภัยพิบัติ โดยที่มักพบเจอได้บ่อยครั้งคือ เรื่องของการนำภาพเหตุการณ์ในอดีต หรือจากสถานที่อื่นๆ มาแอบอ้างมาเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งสร้างความสับสน ความเข้าใจผิด และทำให้ประชาชนเกิดความวิตกกังวล จนบางครั้งอาจทำให้ประชาชนเกิดความชะล่าใจจนเมื่อภัยพิบัติจริงเกิดขึ้นแล้ว ประชาชนขาดความพร้อมในการรับมือ
พร้อมกันนี้หน่วยงานรัฐอื่นๆ ยังได้เตรียมการรับมือภัยพิบัติอย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี โดยได้มีการทดสอบและฝึกปฏิบัติอย่างเข้มข้น พร้อมรับสถานการณ์จริงตลอดเวลา ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ดีที่ภาคเอกชนให้ความสำคัญกับการแจ้งเตือนภัย การเตรียมความพร้อม และการรับมือกับภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา และพร้อมเข้ามามีส่วนร่วมกับการแจ้งเตือนภัยในเหตุการณ์ต่างๆ ซึ่งกระทรวงดีอีพร้อมที่จะบูรณาการข้อมูลด้านการแจ้งเตือนภัยร่วมกัน เพื่อลดผลกระทบจากภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชน
“รัฐบาลได้เตรียมความพร้อมในการรับมือภัยพิบัติอย่างต่อเนื่อง และมีการฝึกซ้อมอย่างเข้มข้น ซึ่งได้มีการปฏิบัติงานจริงในเหตุการณ์น้ำท่วมพื้นที่จังหวัดกระบี่ ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนจนทำให้สถานการณ์คลี่คลายได้ในเวลา 4 ชั่วโมง เช่นเดียวกับกระทรวงดีอี โดย NT ได้ร่วมกับ กสทช. ในการปรับปรุงระบบการสื่อสาร ยกระดับการสื่อสารภายใต้ห้วงสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงเกิดภัยพิบัติ” รมช.ดีอี กล่าว