Summer Davos: “หลี่เฉียง” ชูเศรษฐกิจจีนแกร่ง ดัน AI โต เปิดโอกาส “China Opportunity 2.0”

“หลี่เฉียง” นายกรัฐมนตรีจีน เปิดเวที Summer Davos 2026 ชูเศรษฐกิจจีนมีเสถียรภาพ-นวัตกรรม-พลังเติบโต-เชื่อมโยงโลก พร้อมระบุ AI จีนเติบโตก้าวกระโดด และเปิดแนวคิด “China Opportunity 2.0” หนุนธุรกิจทั่วโลกเติบโต


สำนักข่าวซินหัวรายงานวันนี้ (24 มิ.ย. 2569) ว่า นายหลี่เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน กล่าวในพิธีเปิดการประชุมดาวอส ฟอรัม ฤดูร้อน หรือ Summer Davos ประจำปี 2026 ที่เมืองต้าเหลียน มณฑลเหลียวหนิง ประเทศจีน ว่า เศรษฐกิจจีนยังคงมีจุดแข็งสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ เสถียรภาพ ความสามารถด้านนวัตกรรม ความมีชีวิตชีวาทางเศรษฐกิจ และการบูรณาการเข้ากับเศรษฐกิจโลก

นายหลี่ระบุว่า การพัฒนาที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมถือเป็นกุญแจสำคัญต่อความแข็งแกร่งและการเติบโตระยะยาวของเศรษฐกิจจีน โดยเฉพาะในช่วงเริ่มต้นของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 ระหว่างปี 2569-2573 ซึ่งจีนให้ความสำคัญกับการยกระดับขีดความสามารถทางเทคโนโลยีและการสร้างโอกาสการเติบโตใหม่

ทั้งนี้ การประชุม Summer Davos 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23-25 มิ.ย. 2569 ภายใต้หัวข้อ “การสร้างสรรค์นวัตกรรมขนานใหญ่” หรือ Innovating at Scale โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 1,700 คน จากกว่า 90 ประเทศและภูมิภาค เพื่อหารือแนวทางรับมือความท้าทายระดับโลก และแปรเปลี่ยนความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีให้เป็นผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้

นายหลี่ยังกล่าวถึงการเติบโตของอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ของจีนว่า อยู่ในภาวะเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยโมเดลภาษาขนาดใหญ่ของจีนหลายตัวมีความก้าวหน้าด้านประสิทธิภาพ ขณะที่ปริมาณการใช้โทเคนรายวันของโมเดลภาษาขนาดใหญ่ของจีนเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงของโลก ณ สิ้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

นอกจากนี้ จีนยังเห็นความคืบหน้าของปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ หรือ Embodied AI ซึ่งเริ่มเข้าสู่ระยะการใช้งานเชิงพาณิชย์ในวงกว้างมากขึ้น โดยนายหลี่ย้ำว่า จีนจะยังคงมีส่วนร่วมในการกำกับดูแลเทคโนโลยี AI และสาขาที่เกี่ยวข้องในระดับโลกอย่างมีความรับผิดชอบและสร้างสรรค์

ขณะเดียวกัน นายหลี่กล่าวถึงแนวคิด “โอกาสจากจีน 2.0” หรือ China Opportunity 2.0 ว่า เป็นโอกาสใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมอย่างรอบด้าน และเป็นช่องทางการลงทุนที่ให้ศักยภาพผลตอบแทนสำหรับภาคธุรกิจทั่วโลก

นายหลี่ระบุว่า ความร่วมมือด้านนวัตกรรมเป็นทางเลือกสำคัญในการพาเศรษฐกิจโลกก้าวข้ามภาวะชะงักงัน พร้อมเรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ เชื่อมโยง ประสานงาน และรวบรวมจุดแข็งทางนวัตกรรมร่วมกันมากขึ้น เพื่อให้ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสร้างประโยชน์ในวงกว้าง และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพร่วมกัน

Back to top button