
WTI ปิดร่วง 2.69 เหรียญ คลายกังวลอุปทาน หลังเรือผ่านฮอร์มุซต่อเนื่อง
สัญญาน้ำมันดิบ WTI ปิดลบ 2.69 ดอลลาร์ แตะ 69.23 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังตลาดคลายกังวลอุปทานตึงตัว เหตุเรือบรรทุกน้ำมันยังผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ต่อเนื่อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (27 มิ.ย.69) สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส หรือ WTI ตลาดนิวยอร์ก ปิดร่วงลงกว่า 3% ในวันศุกร์ (26 มิ.ย.69) และปรับตัวลงแรงในรอบสัปดาห์ หลังตลาดคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานตึงตัว เนื่องจากเรือบรรทุกน้ำมันยังคงเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างต่อเนื่อง แม้ก่อนหน้านี้เพิ่งเกิดเหตุเรือบรรทุกสินค้าถูกวัตถุปริศนาโจมตีใกล้ชายฝั่งโอมาน
ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนสิงหาคม ลดลง 2.69 ดอลลาร์ หรือ 3.74% ปิดที่ 69.23 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบเดือนสิงหาคม ลดลง 3.27 ดอลลาร์ หรือ 4.34% ปิดที่ 71.99 ดอลลาร์/บาร์เรล
สำหรับภาพรวมรายสัปดาห์ สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวลง 10.86% ขณะที่น้ำมันดิบ WTI ลดลง 9.62% สะท้อนแรงขายในตลาดพลังงาน หลังนักลงทุนประเมินว่าความเสี่ยงด้านอุปทานเริ่มลดลง
นักวิเคราะห์จาก Price Futures Group ระบุว่า ตลาดเริ่มเชื่อมั่นมากขึ้นว่าการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะยังดำเนินต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันยังมีแนวโน้มว่าน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันจะไหลเข้าสู่ตลาดในปริมาณมากขึ้น
ด้านนักวิเคราะห์จาก PVM มองว่า ก่อนมีข้อตกลงหยุดยิง 60 วัน ตลาดเคยกังวลว่าอุปทานน้ำมันอาจไม่เพียงพอต่อความต้องการ แต่ขณะนี้ความกังวลดังกล่าวเริ่มคลี่คลายลง และแนวโน้มหลักของตลาดกำลังเปลี่ยนไปสู่ความเสี่ยงด้านอุปทานล้นตลาด
นอกจากนี้ ข้อมูลการขนส่งของ LSEG ระบุว่า Saudi Aramco กลับมาเริ่มขนถ่ายน้ำมันที่ท่าเรือ Ras Tanura ริมอ่าวอาหรับอีกครั้งในวันศุกร์ หลังระงับการดำเนินงานมานานเกือบ 4 เดือน โดยมีเรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาดใหญ่มาก หรือ VLCC จำนวน 2 ลำ ซึ่งสามารถบรรทุกน้ำมันได้ลำละประมาณ 2 ล้านบาร์เรล เข้าบรรทุกน้ำมันที่ท่าเรือดังกล่าว และมีเรืออีก 1 ลำรออยู่บริเวณใกล้เคียง
ขณะที่นักวิเคราะห์จาก Sparta Commodities ระบุว่า ตลาดเผชิญแรงเทขายในวงกว้าง หลังการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพิ่มขึ้น ขณะที่จีนยังไม่กลับมาเพิ่มการนำเข้าน้ำมันดิบอย่างมีนัยสำคัญ
ก่อนหน้านี้ สัญญาน้ำมันดิบอ้างอิงทั้งสองชนิดพุ่งขึ้นมากกว่า 2% ในวันพฤหัสบดี (25 มิ.ย.69) หลังเกิดเหตุเรือบรรทุกสินค้าถูกวัตถุปริศนาโจมตีใกล้ชายฝั่งโอมาน ส่งผลให้องค์การทางทะเลระหว่างประเทศของสหประชาชาติระงับโครงการอพยพเรือโดยสมัครใจ
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ 2 รายระบุว่า อิหร่านเป็นผู้ยิงโจมตีเรือบรรทุกสินค้าดังกล่าว ขณะเรือพยายามแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ทางการอิหร่านระบุว่า ไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยของเรือที่เดินทางนอกเส้นทางเดินเรือที่กำหนดไว้ในช่องแคบฮอร์มุซได้
ทั้งนี้ อิหร่านยังย้ำถึงสิทธิในการควบคุมการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมเตือนประเทศอ่าวอาหรับไม่ให้เข้าข้างสหรัฐฯ
ขณะเดียวกัน สำนักข่าว TASS ของรัสเซียรายงานว่า ทางการรัสเซียกำลังพิจารณาห้ามส่งออกน้ำมันดีเซลเป็นเวลาหลายเดือน เนื่องจากรัสเซียซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกน้ำมันดีเซลรายใหญ่ของโลก กำลังเผชิญปัญหาอุปทานเชื้อเพลิง หลังโรงกลั่นน้ำมันและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานหลายแห่งได้รับความเสียหายจากการโจมตีด้วยโดรนของยูเครน
