“กรภัทร” มอง SET แกว่งตัว 1,577-1,610 จุด ชู KBANK-KTB เด่น รับธีม New Capex Cycle

“กรภัทร วรเชษฐ์” มอง SET แกว่งกรอบ 1,577-1,610 จุด รอตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐฯ ชี้ทิศทางบอนด์ยีลด์และดอกเบี้ยเฟด พร้อมแนะสะสมหุ้นธีม New Capex Cycle ชู KBANK-KTB เด่น พ่วง IVL-AOT-BH รับธีม De-escalation และโอกาสฟื้นตัวระยะสั้น


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ หัวหน้าสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” เมื่อวันที่ 1 ก.ค.69 ว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยยังอยู่ในภาพเป็นกลางถึงบวก แต่ดัชนียังมีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบ เนื่องจากนักลงทุนรอติดตามตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ หรือ Non-farm Payroll เพื่อประเมินทิศทางนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด

ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมา ตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ มักออกมาแข็งแกร่งกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ หรือ Bond Yield ปรับตัวสูงขึ้น และกลายเป็นแรงกดดันต่อตลาดทุน โดยเฉพาะสินทรัพย์เสี่ยง หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และหุ้น High Growth ซึ่งมีความผันผวนสูงตามทิศทางดอกเบี้ย

อย่างไรก็ตาม KSS มองว่าตัวเลขการจ้างงานที่แข็งแกร่งก่อนหน้านี้ ส่วนหนึ่งอาจเป็นผลจากปัจจัยชั่วคราวในการเตรียมจ้างงานเพื่อรองรับเทศกาลฟุตบอลโลก ขณะที่ตัวเลขเดือนมิ.ย. ซึ่งกำลังจะประกาศ อาจยังได้รับอานิสงส์จากปัจจัยดังกล่าวอยู่ แต่เมื่อผ่านพ้นช่วงดังกล่าวไปแล้ว คาดว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯ มีโอกาสเริ่มคลายตัวลง

โดยหากตัวเลขจ้างงานออกมาต่ำกว่าคาด ตลาดมีโอกาสตอบรับเชิงบวกทันที เนื่องจากจะช่วยสนับสนุนภาพเงินเฟ้อเริ่มชะลอลง และเพิ่มความมั่นใจว่าวงจรดอกเบี้ยของเฟดจะไม่กลับไปเป็นขาขึ้น แต่จะอยู่ในลักษณะตรึงดอกเบี้ยระยะหนึ่ง ก่อนทยอยปรับลดลงในอนาคต

สำหรับตลาดหุ้นไทย KSS ประเมินแนวต้านสำคัญของ SET ที่ระดับ 1,600 จุด และหากผ่านได้มีโอกาสทดสอบ 1,610 จุด ส่วนแนวรับอยู่ที่ 1,577 จุด ขณะที่กลยุทธ์ยังแนะนำตั้งรับสะสมหุ้นในธีมหลัก โดยเฉพาะหุ้นที่ได้ประโยชน์จากวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ หรือ New Capex Cycle ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีและ AI ในเอเชีย

ทั้งนี้ KSS มองว่าหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ยังมีความน่าสนใจ โดยเฉพาะ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือKBANK  และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB เนื่องจากมีโอกาสได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของสินเชื่อ การขยายตัวของธุรกิจ Wealth Management รวมถึงแนวโน้มการลงทุนภาครัฐและเอกชนที่อาจช่วยหนุนรายได้ค่าธรรมเนียมและคุณภาพกำไรในระยะถัดไป

นอกจากนี้ หุ้นกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่อื่น ๆ เช่น บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB และ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL ยังมีโอกาสฟื้นตัวตามรอบการลงทุนเช่นกัน ขณะที่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB ยังเป็นผู้นำในกลุ่มจากผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น หรือ ROE ที่อยู่ในระดับสูง และคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีกว่ากลุ่ม

สำหรับหุ้นเด่นระยะสั้น KSS แนะนำบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL จากแนวโน้มกำไรที่มีโอกาสดีกว่าคาด และได้แรงหนุนจากส่วนต่างผลิตภัณฑ์ในสหรัฐฯ ที่ปรับตัวดีขึ้น รวมถึง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT และ บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรื BH  ซึ่งเป็นหุ้นในธีม De-escalation และภาคบริการที่มีโอกาสฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี

Back to top button