“ตลาดบอนด์ไทย” สิ้น Q2 โตต่อแตะ 18.3 ล้านล้านบาท “หุ้นกู้เอกชน” ทะลุ 4.09 แสนล.

ThaiBMA เผยตลาดตราสารหนี้ไทยสิ้นไตรมาส 2/2569 มีมูลค่าคงค้าง 18.3 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากสิ้นปี 2568 ขณะที่การออกหุ้นกู้เอกชนระยะยาวแตะกว่า 4.09 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.7% พร้อมเดินหน้าแผนยุทธศาสตร์ "RISE" ยกระดับตลาดตราสารหนี้ไทยสู่ความยั่งยืน


นางสาวอริยา ติรณะประกิจ กรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) เปิดเผยว่า ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2569 มูลค่าคงค้างของตลาดตราสารหนี้ไทยอยู่ที่ 18.3 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นประมาณ 90% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) เพิ่มขึ้น 2.0% จากสิ้นปี 2568 โดยมีแรงหนุนหลักจากการเพิ่มขึ้นของพันธบัตรรัฐบาล ขณะที่การออกตราสารหนี้ภาคเอกชนระยะยาวในช่วงครึ่งปีแรกมีมูลค่า 409,670 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการออกหุ้นกู้กลุ่ม Investment Grade เป็นหลัก โดยกลุ่มพลังงาน การเงิน และอสังหาริมทรัพย์ เป็น 3 อุตสาหกรรมที่มีมูลค่าการออกสูงสุด

สำหรับช่วงครึ่งหลังของปี 2569 จะมีหุ้นกู้ครบกำหนดไถ่ถอนรวม 416,877 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นกู้ Investment Grade ราว 90% และหุ้นกู้ High Yield รวมถึง Non-rated Bond อีก 10% โดยผู้ออกหุ้นกู้รายใหญ่ 10 อันดับแรกยังมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง สะท้อนจากอัตราความสามารถในการชำระดอกเบี้ย (Interest Coverage Ratio) อยู่ระหว่าง 2.08-10.6 เท่า ขณะที่อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (Debt to Equity Ratio) ส่วนใหญ่อยู่ในระดับไม่เกิน 2 เท่า

ด้านกระแสเงินลงทุน นักลงทุนต่างชาติยังคงซื้อสุทธิตราสารหนี้ไทยต่อเนื่อง โดยในไตรมาส 2 มีการซื้อสุทธิ 10,453 ล้านบาท ส่งผลให้ครึ่งปีแรกมียอดซื้อสุทธิรวม 30,043 ล้านบาท และถือครองตราสารหนี้ไทยรวม 947,000 ล้านบาท คิดเป็น 5.2% ของมูลค่าคงค้างทั้งตลาด ขณะที่อายุเฉลี่ยของตราสารหนี้ที่ต่างชาติถือครองเพิ่มเป็น 8.5 ปี จาก 8.1 ปี ณ สิ้นปี 2568 ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย (Bond Yield) ปรับตัวสูงขึ้นในลักษณะ Bear Steepening จากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ส่งผลให้บอนด์ยีลด์อายุ 2 ปี 5 ปี และ 10 ปี เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1.16%, 1.60% และ 2.06% ตามลำดับ

นอกจากนี้ ThaiBMA ยังประกาศแผนยุทธศาสตร์ระยะ 4 ปี (2569-2572) ภายใต้แนวคิด “The RISE of Thai Bond Market” เพื่อยกระดับตลาดตราสารหนี้ไทย โดยมุ่งเน้น 4 ด้าน ได้แก่ การยกระดับบทบาทและการกำกับดูแลเชิงรุก (Roles & Regulation) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของตลาด (Infrastructure Modernization) การส่งเสริมความยั่งยืนและองค์ความรู้ด้านตราสารหนี้ (Sustainability & Education) และการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการประเมินมูลค่าด้วยเทคโนโลยี AI (Expanded Products & Valuation) เพื่อผลักดันตลาดตราสารหนี้ไทยสู่การเป็น Sustainable Bond Market ที่มีความทันสมัย โปร่งใส และเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

Back to top button