
“มอร์แกน สแตนลีย์” เปิดมุมมอง SpaceX แนะ “Overweight” ชูเป้า 300 เหรียญ รับธีม AI
Morgan Stanley เริ่มคำแนะนำ SpaceX ที่ระดับ “Overweight” พร้อมราคาเป้าหมาย 300 ดอลลาร์ มองศักยภาพเติบโตจาก Starship, Starlink และโครงสร้างพื้นฐาน AI หนุนรายได้แตะ 3.3 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2583
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า Morgan Stanley เปิดเผยบทวิเคราะห์เกี่ยวกับบริษัท SpaceX ภายใต้หัวข้อ “SpaceX – AI’s Final Frontier” โดยเริ่มต้นคำแนะนำการลงทุนที่ระดับ “Overweight” พร้อมกำหนดราคาเป้าหมายที่ 300 ดอลลาร์ต่อหุ้น โดยมีกรณีขาขึ้นที่ระดับ 600 ดอลลาร์ และกรณีขาลงที่ระดับ 75 ดอลลาร์
Morgan Stanley มองว่า SpaceX มีจุดแข็งจากการผสานธุรกิจสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐานด้านอวกาศ การเชื่อมต่อระดับโลก และโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตระยะยาวของบริษัท
ทั้งนี้ Morgan Stanley ระบุว่า การเติบโตของ SpaceX จะขับเคลื่อนผ่าน 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่
1.Starship ยานอวกาศ Starship ซึ่งมีความสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ทั้งหมด (Full Reusability) จะช่วยลดต้นทุนการปล่อยจรวด ทำให้การส่งดาวเทียม การติดตั้งโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และการดำเนินงานในอวกาศมีต้นทุนลดลง รวมถึงเพิ่มความสามารถในการขยายธุรกิจในอนาคต
2.Starlink บริการ Starlink มีแนวโน้มขยายจากตลาดอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์สำหรับผู้บริโภค ไปสู่กลุ่มลูกค้าองค์กร ภาครัฐ อุปกรณ์เคลื่อนที่ และอุปกรณ์ที่รองรับ AI เพื่อก้าวสู่แพลตฟอร์มเชื่อมต่อระดับโลก
3.AI Infrastructure Morgan Stanley มองว่า SpaceX มีศักยภาพในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ผ่านการบูรณาการธุรกิจในแนวดิ่ง ซึ่งช่วยให้สามารถสร้างศูนย์ข้อมูลได้รวดเร็วและมีต้นทุนต่ำกว่าคู่แข่ง โดยการประมวลผล AI ในวงโคจรอวกาศอาจเป็นข้อได้เปรียบระยะยาว
4.Enterprise AI SpaceX มีแนวโน้มเปลี่ยนผ่านจากธุรกิจให้เช่า GPU ไปสู่การให้บริการ AI มูลค่าสูง เช่น ซอฟต์แวร์ AI ผู้ช่วยดิจิทัล ระบบอัตโนมัติ และโซลูชัน AI สำหรับองค์กร เพื่อเพิ่มรายได้ต่อหน่วยพลังงานที่ใช้ (Revenue per Watt)
สำหรับแนวโน้มรายได้ Morgan Stanley คาดว่า รายได้ของ SpaceX จะเพิ่มขึ้นจากประมาณ 45 พันล้านดอลลาร์ในปี 2569 เป็น 319 พันล้านดอลลาร์ในปี 2573 และแตะประมาณ 3.3 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2583
ขณะที่ Starship คาดว่าจะช่วยลดต้นทุนการปล่อยจรวดลงเหลือประมาณ 500 ดอลลาร์ต่อกิโลกรัมภายในปี 2573 และต่ำกว่า 200 ดอลลาร์ต่อกิโลกรัมภายในปี 2578 ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจของอุตสาหกรรมดาวเทียมและ AI อย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ Morgan Stanley คาดว่า Starlink จะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการเชื่อมต่อสำหรับผู้บริโภค ภาคธุรกิจ ภาครัฐ และอุปกรณ์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ทั่วโลก โดย SpaceX มีโอกาสสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI ด้วยต้นทุนต่อวัตต์ต่ำกว่าอุตสาหกรรมประมาณครึ่งหนึ่ง และติดตั้งระบบได้เร็วกว่าเพื่อนร่วมอุตสาหกรรมประมาณ 6-8 เท่า
ด้านรายได้จากธุรกิจ AI Morgan Stanley ประเมินว่าจะเพิ่มขึ้นจากประมาณ 22 พันล้านดอลลาร์ในปี 2569 เป็น 190 พันล้านดอลลาร์ในปี 2573 และเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 2.6 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2583 จากการเปลี่ยนผ่านธุรกิจจากการให้เช่า GPU ไปสู่บริการ AI ที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น
สำหรับปัจจัยหนุนระยะสั้น ได้แก่ การทดสอบเที่ยวบิน Starship ครั้งที่ 13 และ 14 การส่งมอบภารกิจบรรทุกเชิงพาณิชย์ของ Starship ครั้งแรก การทำสัญญาคลาวด์ AI ใหม่ การเติบโตของจำนวนสมาชิก Starlink และการทำข้อตกลงด้านการเชื่อมต่อกับลูกค้าองค์กร
อย่างไรก็ตาม Morgan Stanley ระบุถึงความเสี่ยงสำคัญของ SpaceX ได้แก่ ความสามารถในการดำเนินงานตามแผน ความต้องการเงินทุนจำนวนมาก ความล่าช้าของโครงการ Starship ความพร้อมของเทคโนโลยี กฎระเบียบ การแข่งขันในอุตสาหกรรม และการพึ่งพาบทบาทของ Elon Musk ในการขับเคลื่อนบริษัท
ทั้งนี้ Morgan Stanley มองว่า SpaceX อาจเป็นผู้เล่นสำคัญใน “พรมแดนสุดท้ายของ AI” จากการผสมผสานเทคโนโลยีอวกาศ การเชื่อมต่อทั่วโลก และโครงสร้างพื้นฐาน AI ซึ่งมีโอกาสสร้างการเติบโตระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญ โดยยังต้องติดตามความคืบหน้าของโครงการหลักและการขยายธุรกิจในอนาคตอย่างใกล้ชิด

