
SK Hynix กำไร Q3 โต 632% รับดีมานด์ DRAM-NAND แกร่ง โบรกชี้ซัพพลายตึงถึงปี 73
บล.กสิกรไทย ชี้ SK Hynix รายงานกำไรจากการดำเนินงานไตรมาส 3/69 โต 632% สูงกว่าตลาดคาด 8% รับยอดขาย DRAM-NAND และราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้น พร้อมประเมินตลาดชิปหน่วยความจำเผชิญภาวะอุปทานตึงตัวถึงปี 2573 หนุนแนวโน้มราคาขายและการเติบโตระยะยาว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยบทวิเคราะห์ผลประกอบการ SK Hynix (SKHY) ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำ โดยระบุว่า บริษัทมีกำไรจากการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ประมาณ 83.3 ล้านล้านวอน เพิ่มขึ้น 632% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ 8% จากรายได้ที่สูงกว่าประมาณการ 6% โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของธุรกิจหน่วยความจำ DRAM และ NAND ท่ามกลางภาวะอุปทานที่ยังตึงตัวอย่างต่อเนื่อง
สำหรับรายได้รวมไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ประมาณ 104.6 ล้านล้านวอน เพิ่มขึ้น 328% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 32% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยรายได้จากธุรกิจ DRAM เติบโต 36% จากไตรมาสก่อนหน้า เป็นผลจากปริมาณจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น 10% และราคาขายเฉลี่ย (ASP) ที่ปรับเพิ่มขึ้น 28%
ขณะที่รายได้จากธุรกิจ NAND เพิ่มขึ้น 17% จากไตรมาสก่อนหน้า แม้ปริมาณจำหน่ายปรับตัวลดลง แต่ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากราคาขายเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นประมาณ 25% สะท้อนถึงความต้องการผลิตภัณฑ์หน่วยความจำที่ยังแข็งแกร่ง ขณะที่อุปทานในตลาดอยู่ในระดับจำกัด
ทั้งนี้ การปรับเพิ่มขึ้นของราคาขายเฉลี่ยผลิตภัณฑ์ DRAM และ NAND ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin: GPM) ไตรมาส 3/2569 เพิ่มขึ้นเป็น 85.7% จาก 83.2% ในไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนความสามารถในการทำกำไรที่ปรับตัวดีขึ้นตามราคาผลิตภัณฑ์
ด้านการลงทุน SK Hynix มีรายจ่ายลงทุน (CAPEX) ในไตรมาสดังกล่าวประมาณ 12.6 ล้านล้านวอน เพิ่มขึ้น 19% จากไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่กระแสเงินสดอิสระ (Free Cash Flow: FCF) เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 42 ล้านล้านวอน
สำหรับแนวโน้มไตรมาส 4/2569 บริษัทคาดว่าปริมาณจัดส่ง DRAM ในรูปแบบ Bit Growth จะเพิ่มขึ้นประมาณ 25% จากไตรมาสก่อนหน้า และปริมาณจัดส่ง NAND เพิ่มขึ้นประมาณ 5% โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการเพิ่มกำลังการผลิตเทคโนโลยี 1c nm และการขยายกำลังการผลิตโรงงาน M15X รวมถึงยอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ NAND 321-layer สำหรับ Enterprise SSD ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
บล.กสิกรไทย ระบุว่า SK Hynix ยังคงประเมินอุตสาหกรรมหน่วยความจำทั่วโลกอยู่ในภาวะความต้องการสูงกว่าอุปทาน (Demand มากกว่า Supply) และคาดว่าสถานการณ์อุปทานตึงตัวจะดำเนินต่อเนื่องไปจนถึงปี 2573 โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากความต้องการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ (AI) และความซับซ้อนของเทคโนโลยีหน่วยความจำรุ่นใหม่ ตลอดจนระยะเวลาในการก่อสร้างโรงงานผลิตที่ค่อนข้างยาวนาน
สำหรับปี 2570 บริษัทคาดว่าความต้องการ DRAM ในเชิงปริมาณจะเติบโตประมาณ 25% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ NAND มีแนวโน้มเติบโตในระดับสูงกว่า 15% โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI และเซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่
นอกจากนี้ SK Hynix ประเมินว่ารายจ่ายลงทุนของผู้ให้บริการคลาวด์ (Cloud Service Providers: CSP) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นประมาณ 60% ในปีหน้า ขณะที่การจัดหากำลังไฟฟ้าสำหรับโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้นมากกว่า 100% โดยตลาดโครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูล AI (AI Data Center Infrastructure) มีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ยประมาณ 40% ต่อปีจนถึงปี 2573 สูงกว่าประมาณการเดิมของบริษัท
ขณะเดียวกัน ความต้องการใช้งาน AI ทั้งในระดับองค์กรและผู้บริโภค รวมถึงการพัฒนา Physical AI จะเป็นอีกปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของตลาดหน่วยความจำในระยะกลางถึงระยะยาว
สำหรับกลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ SK Hynix อยู่ระหว่างเร่งขยายการผลิตเทคโนโลยี 1c nm เพื่อรองรับความต้องการจากกลุ่ม AI และเซิร์ฟเวอร์ พร้อมเพิ่มกำลังการผลิตผลิตภัณฑ์ DDR5, LPDDR5, SOCAMM และหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง (High Bandwidth Memory: HBM)
ขณะเดียวกัน บริษัทมีแผนเร่งกำลังการผลิตโรงงาน M15X ให้สามารถดำเนินงานได้เต็มกำลังภายในสิ้นปี 2569 และคาดว่ายอดขายหน่วยความจำ HBM4 จะสูงกว่า HBM3E ในไตรมาส 4/2569
ด้านแนวโน้มปี 2570 SK Hynix ระบุว่า ได้ดำเนินการเจรจาราคาผลิตภัณฑ์ล่วงหน้าแล้ว โดยคาดว่าอัตรากำไรจะปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากราคาขายที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ส่วนต่างอัตรากำไรระหว่างผลิตภัณฑ์ DRAM ทั่วไปและผลิตภัณฑ์กลุ่มประสิทธิภาพสูงแคบลง
ส่วนธุรกิจ NAND บริษัทคาดว่าผลิตภัณฑ์หน่วยความจำแบบ 321-layer จะมีสัดส่วนการผลิตประมาณ 50% ในไตรมาส 4/2569 พร้อมเร่งขยายผลิตภัณฑ์ Enterprise SSD ที่มีประสิทธิภาพและความหนาแน่นสูง รวมถึงหน่วยความจำ HBF สำหรับรองรับเทคโนโลยี KV Cache
นอกจากนี้ บริษัทเปิดเผยว่า ได้ลงนามสัญญาซื้อขายระยะยาว (Long-Term Agreement: LTA) แล้วจำนวน 14 สัญญา โดยมีระยะเวลาสัญญาประมาณ 5 ปี พร้อมกำหนดกรอบราคาและเงินมัดจำ ซึ่งครอบคลุมปริมาณการผลิตในช่วงปี 2570-2571 ประมาณ 50% ของกำลังการผลิตทั้งหมด
ขณะที่บริษัทคาดว่ารายจ่ายลงทุนในปี 2570 จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปี 2569 เพื่อรองรับการขยายกำลังการผลิตและความต้องการผลิตภัณฑ์หน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
บล.กสิกรไทย ประเมินแนวโน้ม SK Hynix ในระยะสั้นถึงระยะกลางเป็นบวก เนื่องจากราคาขายเฉลี่ยผลิตภัณฑ์ DRAM และ NAND ปรับตัวเพิ่มขึ้นเร็วกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ประกอบกับอุปทานที่ยังมีแนวโน้มตึงตัวจนถึงปี 2573 สอดคล้องกับมุมมองของ Micron Technology (MU) ซึ่งประเมินว่าความต้องการผลิตภัณฑ์หน่วยความจำสำหรับ AI ยังคงแข็งแกร่ง
นอกจากนี้ การทำสัญญาซื้อขายระยะยาวที่มีความยืดหยุ่นด้านราคา และครอบคลุมกำลังการผลิตประมาณ 50% จะช่วยสนับสนุนแนวโน้มการเติบโตของรายได้ในปี 2570 ทั้งจากราคาขายและปริมาณจำหน่าย
อย่างไรก็ตาม ในระยะยาวฝ่ายวิจัยแนะนำให้ติดตามทิศทางราคาผลิตภัณฑ์หน่วยความจำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความเป็นไปได้ที่ราคาจะเริ่มชะลอตัวหรือปรับลดลงเมื่อกำลังการผลิตใหม่ของอุตสาหกรรมทยอยเข้าสู่ตลาดในช่วงปี 2571-2572 ซึ่งอาจส่งผลต่อสมดุลอุปสงค์และอุปทานในระยะถัดไป

