IMF อัพเป้า GDP ไทยปีนี้โต 1.9% ชูท็อป 4 ส่งออกฮาร์ดแวร์-AI ดันหุ้นนิคม-อิเล็กฯ

IMF หั่น GDP โลกปีนี้เหลือ 3% แต่ปรับเพิ่ม GDP ไทยโต 1.9% รับอานิสงส์ขึ้นแท่นผู้ส่งออกฮาร์ดแวร์ AI ท็อป 4 ของโลก หนุนโครงสร้างเศรษฐกิจเปลี่ยนผ่านสู่ยุคเทคโนโลยี ดึงเม็ดเงินต่างชาติไหลเข้า คาดกลุ่มนิคมฯ-อิเล็กทรอนิกส์รับประโยชน์เต็ม


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (9 ก.ค.69) กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปีนี้ลงเล็กน้อย โดยคาดว่า GDP โลกจะเติบโตที่ระดับ 3% จากประมาณการเดิมที่ 3.1% ขณะที่คาดการณ์เศรษฐกิจโลกในปีหน้าปรับเพิ่มขึ้นเป็น 3.4% จากเดิมที่ 3.2%

IMF ระบุว่า ภาพรวมเศรษฐกิจโลกยังเผชิญความท้าทายจากแนวโน้ม เงินเฟ้อที่กลับมาอยู่ในระดับสูงและชะลอตัวได้ยาก อย่างไรก็ตาม แรงกดดันดังกล่าวได้รับการชดเชยจากการลงทุนด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และเป็นปัจจัยสำคัญสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า

สำหรับประเทศไทย IMF ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจปีนี้ โดยคาดว่า GDP ไทยจะขยายตัวที่ 1.9% จากประมาณการเดิมที่ 1.5% ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับการปรับเพิ่มประมาณการมากที่สุดในกลุ่มอาเซียน และอยู่ในระดับต้น ๆ ของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets)

ทั้งนี้ IMF ยังประเมินว่า ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยี โดยได้รับการจัดให้อยู่ในกลุ่ม ผู้ส่งออกฮาร์ดแวร์ AI รายสำคัญ 4 อันดับแรกของโลก สะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านของโครงสร้างเศรษฐกิจไทยจากเดิมที่ขับเคลื่อนด้วยการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ไปสู่รูปแบบการเติบโตที่ได้รับแรงสนับสนุนจาก การส่งออกเทคโนโลยีและการลงทุนมากขึ้น

มุมมองดังกล่าวถือเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นไทย โดยเฉพาะในด้านกระแสเงินลงทุนจากต่างชาติที่มีแนวโน้มไหลเข้าสู่ตลาดทุนไทยอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเป็นปัจจัยสนับสนุนโดยตรงต่อกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรม ได้แก่ กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม และกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อาทิ บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA, บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA, บริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SMT,

บริษัท แคล-คอมพ์ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ CCET, บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน) หรือ HANA, บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KCE, บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA และ บริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ FORTH ซึ่งมีโอกาสได้รับประโยชน์จากแนวโน้มการขยายตัวของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและการลงทุนด้าน AI ในระยะยาว

Back to top button