KTC เป้าใหม่สูงลิ่ว 50 บาท 3 โบรกชูพื้นฐานแกร่ง-ปันผลสูง-คุม NPL เยี่ยม

3 โบรกอัปราคาเป้าหมาย KTC ใหม่ ราคาสูงสุด 50 บาท หลังโชว์กำไรสุทธิไตรมาส 2/69 ทะลุ 2.2 พันล้านบาท สูงกว่าตลาดคาดการณ์ รับอานิสงส์การคุมเข้มค่าใช้จ่ายและหนี้เสียอย่างมีประสิทธิภาพ ชูจุดแข็งฐานะการเงินแกร่ง ปันผลสูง และรับผลบวกระยะยาวจากธุรกิจนายหน้าประกันภัย


นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS ระบุว่า ฝ่ายวิจัยปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิของ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC ปี 2569-2571 ขึ้นเฉลี่ยปีละ 7% พร้อมปรับราคาเป้าหมายปี 2569 ขึ้นเป็น 50 บาท คงคำแนะนำ “ซื้อ” และยกเป็นหุ้นเด่นในกลุ่ม Consumer Finance โดยมองเห็นปัจจัยบวกจากเงินสำรองที่สูง โอกาสทำสถิติกำไรสูงสุดใหม่ และการขยายธุรกิจขายประกัน

โดยผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ของ KTC ว่าออกมาแข็งแกร่งกว่าที่ตลาดคาดการณ์ มีกำไรสุทธิ 2,225 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งสูงกว่าประมาณการของทางบริษัทหลักทรัพย์กรุงศรีและตลาดราว 6% สาเหตุหลักมาจากการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (OPEX) และค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญ (ECL) ได้ต่ำกว่าคาด

ขณะที่ นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MST ระบุว่า คงคำแนะนำ “ซื้อ” KTC พร้อมปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 48 บาท หลังมีอัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (ROA) สูงถึง 8.0% ซึ่งสูงกว่าผู้ประกอบการสินเชื่อจำนำทะเบียนรถและกลุ่มธนาคารอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ยังมองเห็นศักยภาพในการเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผลขึ้นเป็น 70% จากโครงสร้างหนี้สินต่อทุน (D/E) ที่อยู่ในระดับต่ำเพียง 1.4 เท่า พร้อมกันนี้ ได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2569-2571 ขึ้น 3-5% สะท้อนต้นทุนความเสี่ยงจากการปล่อยสินเชื่อที่คาดว่าจะลดลง 0.10-0.24%

ด้าน นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) หรือ FSS ระบุว่า ฝ่ายวิจัยปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปี 2569 ขึ้นเป็น 46 บาท คงคำแนะนำ “ซื้อ” และเป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม เนื่องจากผลการดำเนินงานของ KTC เป็นไปตามที่ประเมินไว้ แต่มีจุดเด่นเรื่อง NIM ที่แข็งแกร่งกว่าคาดถึง 13.73% หรือเพิ่มขึ้น 0.43% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งช่วยชดเชยการเติบโตของสินเชื่อที่อ่อนตัว โดยภาพรวมครึ่งแรกของปี 2569 ทำกำไรสุทธิไปแล้ว 4.40 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็น 53% ของประมาณการทั้งปี

อีกทั้งคุณภาพสินทรัพย์ของ KTC แข็งแกร่งกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานและภาระชำระขั้นต่ำเพียงเล็กน้อย ส่งผลให้ยอดหนี้ด้อยคุณภาพลดลง 3.7% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า จึงคงประมาณการกำไรปี 2569-2571 ว่าจะทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องทุกปี

Back to top button