น้ำมันโลกดิ่งเกือบ 5% หลัง “ทรัมป์” ยกเลิกแผนโจมตีอิหร่าน จับตา OPEC+ เพิ่มผลิต

ราคาน้ำมันโลกดิ่งเกือบ 5% หลัง “ทรัมป์” ระงับแผนโจมตีอิหร่าน เปิดทางเจรจา คลายกังวลอุปทาน ขณะ OPEC+ เดินหน้าเพิ่มกำลังการผลิต กดดันราคาน้ำมันต่อเนื่อง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลงในการซื้อขายช่วงเช้าวันจันทร์ (ตามเวลาเอเชีย) หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศยกเลิกแผนโจมตีทางทหารต่ออิหร่าน ซึ่งช่วยคลายความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์และความเสี่ยงต่ออุปทานพลังงาน ขณะที่นักลงทุนยังติดตามการตัดสินใจของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและชาติพันธมิตร (OPEC+) ที่ประกาศเพิ่มกำลังการผลิตตั้งแต่เดือนกันยายนนี้

ล่าสุด ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) ส่งมอบเดือนกันยายน ปรับตัวลดลง 4.95% มาอยู่ที่ 80.48 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนต์ (Brent) ส่งมอบเดือนตุลาคม ลดลง 4.59% อยู่ที่ 83.89 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

แรงกดดันต่อราคาน้ำมันเกิดขึ้นหลังทรัมป์เปิดเผยเมื่อช่วงเช้ามืดวันอาทิตย์ว่า ได้ตัดสินใจระงับคำสั่งโจมตีอิหร่านตามคำร้องขอจากกรุงเตหะรานและหลายประเทศในตะวันออกกลาง เพื่อเปิดทางสู่การเจรจารอบใหม่ ซึ่งมีกำหนดเริ่มขึ้นในวันจันทร์ แม้ยังไม่มีการกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการบรรลุข้อตกลง

ทรัมป์ยังระบุว่า การเจรจาดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อผลักดันการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ให้กลับมาดำเนินการได้อย่างเต็มรูปแบบ รวมถึงหาทางออกต่อข้อพิพาทเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน

ขณะเดียวกัน กลุ่ม OPEC+ มีมติเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันรวมประมาณ 188,000 บาร์เรลต่อวัน เริ่มตั้งแต่เดือนกันยายน 2569 ซึ่งถือเป็นการยกเลิกมาตรการปรับลดกำลังการผลิตโดยสมัครใจในรอบสุดท้าย อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าการเพิ่มกำลังการผลิตครั้งนี้มีนัยเชิงสัญลักษณ์เป็นหลัก เนื่องจากปริมาณการส่งออกน้ำมันยังได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในอิหร่านและยูเครน ซึ่งส่งผลต่อการส่งออกจากภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย รัสเซีย และคาซัคสถาน

Back to top button