“ทิสโก้” อัพเป้า SET ปีนี้ 1,670 จุด ชู “แบงก์-ท่องเที่ยว” หลุมหลบภัยสุดแกร่ง

บล.ทิสโก้ อัพเป้า SET Index ปีนี้แตะ 1,670 จุด พร้อมเพิ่มคาดการณ์ GDP ปีหน้าเป็น 2.1% ชี้หุ้นไทยเป็นหลุมหลบภัยชั้นดีในภาวะผันผวน โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มแบงก์และท่องเที่ยว ส่วนการลงทุน DR แนะสะสมหุ้นเทคจีนผ่าน TENCENT80 และ TRIPCOM80


นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล, CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด หรือ TISCO เปิดเผยว่า ฝ่ายวิเคราะห์ปรับเพิ่มเป้าหมาย SET Index ในปีนี้ขึ้นเป็น 1,670 จุด จากเดิมที่ 1,600 จุด โดยอ้างอิงจาก Forward PER ที่ระดับเหมาะสม 17.6 เท่า รวมถึงคาดการณ์กำไรต่อหุ้นของตลาด (SET EPS) ปี 2569 ที่ 88.4 บาท และปี 2570 ที่ 95.0 บาท ซึ่งปรับเพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิมที่ 84.5 บาท และ 91.0 บาท ตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวมของ SET Index ปัจจุบันจะมีกรอบการปรับตัวขึ้นที่จำกัดเมื่อเทียบกับเป้าหมายใหม่ แต่ยังมีอีกหลายกลุ่มอุตสาหกรรมที่ราคาหุ้นยังคงปรับตัวขึ้นช้า (Laggard) และมีราคาต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐานที่แท้จริง ส่งผลให้เกิดช่องว่างสำหรับการหมุนเวียนกลุ่มลงทุน (Sector Rotation) โดยกลุ่มที่แนะนำให้ “เพิ่มน้ำหนัก” ได้แก่ กลุ่มธนาคาร, กลุ่มขนส่ง, กลุ่มการแพทย์ และกลุ่มท่องเที่ยว

สำหรับหุ้นที่น่าสนใจ ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK, ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB, บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF, บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT และ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN, บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL และ บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) หรือ COM7

สำหรับแนวโน้มเดือนสิงหาคมหุ้นไทยมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้ โดยสถิติย้อนหลัง 5 ปี และ 10 ปี บ่งชี้ว่า SET Index มีโอกาสปิดบวกถึง 70-80% และให้ผลตอบแทนเฉลี่ยระหว่าง 1.5% ถึง 2.9% จากแรงซื้อเก็งกำไรจากผลประกอบการไตรมาส 2 และความคาดหวังเงินปันผล นอกจากนี้งาน Thailand Focus ระหว่างวันที่ 26-28 สิงหาคม จะเป็นอีกปัจจัยสนับสนุนความเชื่อมั่นของนักลงทุน โดยจากสถิติในอดีต ดัชนีมักจะปรับตัวขึ้นในช่วง 2 สัปดาห์หลังจบงาน ด้วยโอกาสปิดบวกสูงเกือบ 70% และให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 1.4%

ด้านศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) ปรับคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ของประเทศไทยในปีหน้าขึ้นเป็น 2.1% จากเดิมที่ 1.7% ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ ทางฝ่ายวิจัยได้นำผลกระทบจากเงินกู้ก้อนหลังจำนวน 2 แสนล้านบาท ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อการเปลี่ยนผ่านด้านโครงสร้างพลังงาน เข้ามารวมไว้ในประมาณการแล้ว

ส่วนการลงทุนในหุ้นต่างประเทศผ่านตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (DR) แนะนำ TENCENT80 และ TRIPCOM80 เนื่องจากมองเห็นแนวโน้มเชิงบวกระยะยาวของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีจีน

Back to top button