EPG ลุ้นกำไร Q2/70 โต 41% แตะ 445 ล้าน รับดาต้าเซ็นเตอร์-เซมิคอนดักเตอร์หนุน

บล.กสิกรไทย คาด EPG กำไรไตรมาส 2 ปีบัญชี 70 แตะ 445 ล้านบาท โต 41% รับยอดขายฉนวน Aeroflex เพิ่ม 28% จากดีมานด์ HVAC เซมิคอนดักเตอร์ และดาต้าเซ็นเตอร์ พร้อมมองกำไรโตต่อเนื่องในไตรมาสถัดไป คงคำแนะนำ “ซื้อ” เพิ่มเป้าเป็น 7.86 บาท


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ประเมินแนวโน้มผลประกอบการของ บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG ในไตรมาส 2 ปีบัญชี 2570 (กรกฎาคม–กันยายน 2569) ว่า จะมีกำไรสุทธิ 445 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 1% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนหลักจากการเติบโตของธุรกิจฉนวนกันความร้อน Aeroflex ซึ่งมีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในกลุ่มอุตสาหกรรมระบบปรับอากาศและระบายอากาศ (HVAC) เซมิคอนดักเตอร์ และศูนย์ข้อมูล (Data Center)

ทั้งนี้ หากไม่รวมค่าใช้จ่ายสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss: ECL) จำนวน 60 ล้านบาท คาดว่า EPG จะมีกำไรปกติ 505 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 3% จากไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนการเติบโตของธุรกิจหลักและความสามารถในการทำกำไรที่ปรับตัวดีขึ้น

สำหรับธุรกิจฉนวน Aeroflex คาดว่ายอดขายจะเพิ่มขึ้น 28% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 9% จากไตรมาสก่อนหน้า จากความต้องการผลิตภัณฑ์ฉนวนที่แข็งแกร่งในอุตสาหกรรม HVAC เซมิคอนดักเตอร์ และดาต้าเซ็นเตอร์ โดยคาดว่าธุรกิจดังกล่าวจะมีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 37% ของรายได้รวม

ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin: GPM) ของธุรกิจ Aeroflex ซึ่งอยู่ในระดับสูงประมาณ 45–50% จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยยกระดับความสามารถในการทำกำไรของบริษัท โดยคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นรวมของ EPG จะเพิ่มขึ้นเป็น 37.4% จาก 32.6% ในไตรมาส 2 ปีบัญชี 2569 และ 37.1% ในไตรมาส 1 ปีบัญชี 2570 สะท้อนผลบวกจากสัดส่วนรายได้ของผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรสูงเพิ่มขึ้น

สำหรับแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 3 ปีบัญชี 2570 บล.กสิกรไทย คาดว่ากำไรของ EPG จะยังคงเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงสนับสนุนจากความต้องการผลิตภัณฑ์ Aeroflex ที่แข็งแกร่งต่อเนื่อง ประกอบกับสัดส่วนรายได้ของธุรกิจดังกล่าวที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยสนับสนุนอัตรากำไรและผลประกอบการโดยรวม

อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า คาดว่ากำไรไตรมาส 3 ปีบัญชี 2570 จะปรับตัวลดลงเล็กน้อย เนื่องจากผลกระทบของช่วงวันหยุดเทศกาลปลายปี ซึ่งอาจทำให้ยอดขายในต่างประเทศชะลอตัว โดยปัจจุบันรายได้จากต่างประเทศคิดเป็นประมาณครึ่งหนึ่งของรายได้รวมของบริษัท

ขณะเดียวกัน ฝ่ายวิจัยมองว่าความต้องการผลิตภัณฑ์ฉนวนกันความร้อนจากอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยเฉพาะเซมิคอนดักเตอร์และดาต้าเซ็นเตอร์ จะเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของ Aeroflex ในระยะถัดไป ขณะที่มาตรการควบคุมต้นทุนอย่างต่อเนื่องอาจช่วยให้ผลประกอบการมีโอกาสเติบโตสูงกว่าประมาณการ

นอกจากนี้ บล.กสิกรไทย ได้ปรับเพิ่มอัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E Ratio) เป้าหมายของ EPG เป็น 15.3 เท่า จากเดิม 13.0 เท่า ซึ่งเทียบเท่าระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีประมาณ 0.5 เท่าของส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (+0.5SD) เพื่อสะท้อนแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่งขึ้นของธุรกิจ Aeroflex และสัดส่วนกำไรจากธุรกิจดังกล่าวที่เพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ บล.กสิกรไทย ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น EPG พร้อมปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 7.86 บาทต่อหุ้น จากเดิม 6.70 บาทต่อหุ้น โดยมองว่าการเติบโตของธุรกิจ Aeroflex จากความต้องการในอุตสาหกรรม HVAC เซมิคอนดักเตอร์ และดาต้าเซ็นเตอร์ ประกอบกับการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นปัจจัยสำคัญสนับสนุนการเติบโตของกำไรในระยะยาว

Back to top button