
“กรภัทร” ชี้ SET ไซด์เวย์อัพ ทดสอบ 1,635 จุด รับเงินเฟ้อสหรัฐชะลอ-MSCI หนุน ชู 3 หุ้นเด่น
“กรภัทร” มอง SET วันนี้แกว่งขึ้น แนวต้าน 1,627-1,635 จุด รับเงินเฟ้อสหรัฐชะลอ หนุนเฟดตรึงดอกเบี้ย พ่วง MSCI หนุนฟันด์โฟลว์ พร้อมจับตา THAI ลุ้นเข้า MSCI รอบพ.ย. ขณะที่ SET EPS ขยับแตะราว 106 บาท เปิดทางทบทวนเป้าดัชนีขึ้น พร้อมชู KCE-HANA-GULF เด่น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ หัวหน้าสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” เมื่อวันที่ 13 ส.ค.2569 ว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้มีโอกาสฟื้นตัว หลังตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐเดือนก.ค.ออกมาตามคาดและมีสัญญาณผ่านจุดสูงสุด ช่วยลดความกังวลต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
ทั้งนี้ราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยรายเดือนมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องตั้งแต่เดือนพ.ค.-ส.ค. ช่วยจำกัดแรงกดดันเงินเฟ้อในหมวดพลังงานและอาหาร ขณะที่ผลกระทบจากภาษีนำเข้า (Tariff Inflation) มีแนวโน้มลดลงจากฐานสูงในช่วงถัดไป ประกอบกับตลาดแรงงานสหรัฐเริ่มอ่อนแอลง ทำให้ KSS มองว่าเฟดมีแนวโน้มคงดอกเบี้ยเพื่อรอดูทิศทางเงินเฟ้อเพิ่มเติม
ภาพดังกล่าวสนับสนุนภาวะการลงทุนแบบเลือกซื้อสินทรัพย์เสี่ยง (Selective Risk-on) และเปิดโอกาสให้เม็ดเงินกระจายเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่และหุ้นรายกลุ่มมากขึ้น โดย KSS ประเมิน SET วันนี้แกว่งตัวขึ้น มีแนวต้านสำคัญที่ 1,627 และ 1,635 จุด ส่วนแนวรับอยู่ที่ 1,610 จุด
ด้านการทบทวนดัชนี MSCI รอบล่าสุด หุ้นไทยใน MSCI Global Standard Index มี 18 หลักทรัพย์ และ MSCI Small Cap Index จำนวน 64 หลักทรัพย์ โดยประเมินว่าตลาดหุ้นไทยจะมีเงินทุนไหลเข้าสุทธิประมาณ 15 ล้านดอลลาร์ แม้น้ำหนักในดัชนีหลักทรงตัวราว 1% ขณะที่น้ำหนักในกลุ่ม Small Cap เพิ่มขึ้นจาก 2.5% เป็น 2.6% ซึ่งถือเป็นภาพกลางถึงบวก เมื่อเทียบกับบางตลาดในภูมิภาคที่ถูกลดน้ำหนัก เช่น เกาหลีใต้ และอินโดนีเซีย
สำหรับหุ้นไทยที่ได้รับน้ำหนักเพิ่มในดัชนีหลัก ได้แก่ PTTEP คาดเม็ดเงินไหลเข้าราว 23 ล้านดอลลาร์, TRUE ราว 17.5 ล้านดอลลาร์ ส่วนกลุ่ม Small Cap มี HANA คาดเม็ดเงินเข้าราว 10 ล้านดอลลาร์ และ GUNKUL ราว 8 ล้านดอลลาร์
นอกจากนี้ KSS มองว่าการทบทวน MSCI รอบเดือนพ.ย.มีโอกาสเห็นหุ้นไทยได้รับน้ำหนักเพิ่มขึ้น โดย THAI เป็นหนึ่งในหุ้นที่น่าจับตา หลังกลับเข้าซื้อขายครบตามระยะเวลาที่ MSCI ใช้ติดตาม และโครงสร้าง Free Float มีแนวโน้มมีเสถียรภาพมากขึ้น
สำหรับกลยุทธ์ลงทุน KSS แนะนำ KCE จากผลประกอบการและอัตรากำไรที่ดีขึ้น พร้อมคาดกำไรครึ่งปีหลังแข็งแกร่งกว่าครึ่งปีแรก โดยให้ราคาเป้าหมายราว 54 บาท ขณะที่ HANA ได้แรงหนุนจากการเข้าคำนวณ MSCI Small Cap ส่วน GULF ได้ปัจจัยบวกจากความคืบหน้าแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) โดยมองแนวรับบริเวณ 65 บาท และแนวต้าน 67-68 บาท
นายกรภัทรกล่าวเพิ่มเติมว่า แนวโน้มกำไรบริษัทจดทะเบียนถือเป็นปัจจัยบวกสำคัญ หลังประมาณการกำไรต่อหุ้นของตลาด (SET EPS) จากฉันทามติขยับขึ้นมาอยู่บริเวณ 106 บาท สูงกว่าสมมติฐานเดิมของ KSS ที่ใช้ EPS ราว 96 บาทในการประเมินเป้าหมาย SET ที่ 1,680 จุด สะท้อนว่าการปรับขึ้นของตลาดรอบนี้ไม่ได้เกิดจากการขยายตัวของค่าประเมินเพียงอย่างเดียว แต่มีผลประกอบการรองรับด้วย
ทั้งนี้ KSS มองว่าวัฏจักรการลงทุนของไทยเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวและกระจายไปหลายอุตสาหกรรม ขณะที่สินเชื่อภาคธนาคารในช่วงครึ่งปีแรกเริ่มส่งสัญญาณบวก จึงมีโอกาสที่ฝ่ายวิจัยจะทบทวนประมาณการกำไรและเป้าหมาย SET ขึ้น หลังผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ประกาศครบถ้วน

