
“ทอง” ปิดบวก 16.90 เหรียญ รับดอลลาร์อ่อน-ลุ้นเฟดคงดอกเบี้ย
ทองคำ COMEX ปิดบวก 16.90 ดอลลาร์ แตะ 4,437.30 ดอลลาร์/ออนซ์ รับดอลลาร์อ่อนค่า หลังข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐหนุนคาดการณ์เฟดคงดอกเบี้ยเดือนก.ย. ขณะที่ตลาดจับตาความตึงเครียดช่องแคบฮอร์มุซ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวขึ้นในวันศุกร์ที่ 14 ส.ค. 2569 โดยได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ หลังข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ออกมาใกล้เคียงกับที่ตลาดคาดการณ์ ส่งผลให้นักลงทุนเพิ่มน้ำหนักต่อแนวโน้มที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย.
ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 16.90 ดอลลาร์ หรือ 0.4% ปิดที่ 4,437.30 ดอลลาร์/ออนซ์ ขณะที่ดัชนีดอลลาร์สหรัฐลดลง 0.3% ซึ่งช่วยให้ทองคำที่ซื้อขายในสกุลดอลลาร์มีราคาถูกลงสำหรับผู้ถือครองสกุลเงินอื่น
ราคาทองคำยังได้รับแรงหนุนจากข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ที่ลดลงอย่างไม่คาดคิดในเดือนก.ค. ประกอบกับข้อมูลเงินเฟ้อโดยรวมเป็นไปตามที่ตลาดคาด ทำให้ความกังวลต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย.ลดลง โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่กรอบ 3.50-3.75%
ด้านเครื่องมือ FedWatch ของ CME ระบุว่า นักลงทุนให้น้ำหนักเพียง 33% ต่อโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย. ลดลงจากระดับ 55% ในสัปดาห์ก่อน
Commerzbank ระบุว่า หากเฟดไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ราคาทองคำยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ เนื่องจากภาวะอัตราดอกเบี้ยที่ไม่เร่งตัวขึ้นเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังจับตาความตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซอย่างใกล้ชิด หลังการเดินเรือผ่านเส้นทางดังกล่าวเกือบหยุดชะงัก בעקבותเรืออีก 2 ลำถูกโจมตี ขณะที่สหรัฐฯ ระบุว่าสามารถดำเนินการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่านได้โดยไม่มีกำหนด
อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ดังกล่าวผลักดันราคาน้ำมันให้ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง อาจกลายเป็นปัจจัยกดดันตลาดโลหะในระยะถัดไป เนื่องจากราคาพลังงานที่สูงขึ้นอาจเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ และกระตุ้นให้ธนาคารกลางต่าง ๆ พิจารณาดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น

