
GDP ไทย Q2 ขยายตัว 1.9% โบรกมองบวก SET ชูแบงก์-ไฟแนนซ์-นิคมฯ-รับเหมา
“สภาพัฒน์” เผย GDP ไตรมาส 2/2569 ขยายตัว 1.9% ดีกว่าคาด พร้อมปรับเพิ่มประมาณการทั้งปีเป็น 2.0-2.5% รับแรงส่งลงทุนเอกชนพุ่งสูงสุดในรอบ 13 ปี โบรกฯ ชี้เป็นบวกต่อหุ้นไทย ชูธนาคาร ไฟแนนซ์ นิคมฯ และรับเหมาน่าสน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2/2569 ขยายตัว 1.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ชะลอลงจากไตรมาส 1/2569 ที่ขยายตัว 2.8% ขณะที่เมื่อปรับผลของฤดูกาลแล้ว เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 หดตัว 0.2% จากไตรมาสก่อนหน้า
สศช. ระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่กดดันการเติบโตในไตรมาสนี้มาจากการบริโภคภาคเอกชนที่ชะลอตัว โดยขยายตัว 1.9% จาก 3.3% ในไตรมาสก่อน ตามการชะลอตัวในเกือบทุกหมวดสินค้า โดยเฉพาะหมวดบริการที่ขยายตัวเพียง 0.8% ตามการชะลอตัวของธุรกิจโรงแรม ภัตตาคาร และการขนส่ง ขณะที่หมวดสินค้าไม่คงทนขยายตัว 2.4% จากการใช้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงที่ลดลง
ทิศทางดังกล่าวสอดคล้องกับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ลดลงมาอยู่ที่ 50.3 จาก 52.8 ในไตรมาสก่อน และเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 14 ไตรมาส หรือนับตั้งแต่ไตรมาส 4/2565 ขณะที่การใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวเพียง 0.2% ชะลอลงจาก 3.4% ในไตรมาสก่อน ตามการลดลงของรายจ่ายโอนสวัสดิการสังคมและค่าตอบแทนแรงงาน
ด้านภาคการท่องเที่ยวและบริการ สาขาที่พักแรมและบริการด้านอาหารขยายตัว 1.5% ชะลอลงตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงการท่องเที่ยวภายในประเทศที่ชะลอตัว ส่งผลให้สาขาการขนส่งขยายตัว 2.6%
อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยยังมีแรงส่งจากการลงทุนภาคเอกชนที่ขยายตัวโดดเด่นถึง 13.4% เร่งขึ้นจาก 10.1% ในไตรมาสก่อน และเป็นการขยายตัวในอัตราสูงสุดในรอบ 54 ไตรมาส หรือนับตั้งแต่ไตรมาส 4/2555 โดยมีแรงหนุนจากการลงทุนในหมวดเครื่องจักรและเครื่องมือที่ขยายตัว 16.6% โดยเฉพาะอุปกรณ์สำนักงาน เครื่องจักรอุตสาหกรรม และยานพาหนะ
ส่วนการลงทุนด้านการก่อสร้างภาคเอกชนขยายตัว 1.1% ชะลอลงตามการก่อสร้างที่อยู่อาศัย และการก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรมที่หดตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 13 ไตรมาส
สำหรับภาคต่างประเทศ การส่งออกสินค้าและบริการขยายตัว 12.5% ได้แรงหนุนจากการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขณะที่การนำเข้าสินค้าและบริการขยายตัวสูงถึง 24.2% จากการนำเข้าสินค้าทุน วัตถุดิบ และสินค้าอุปโภคบริโภค ส่งผลให้ไตรมาส 2/2569 ประเทศไทยขาดดุลการค้า 392,563.5 ล้านบาท และขาดดุลบริการ 116,522.7 ล้านบาท
ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 การบริโภคภาคเอกชนขยายตัวเฉลี่ย 2.6% และการใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวเฉลี่ย 1.8% โดย สศช. ยังคงติดตามปัจจัยเสี่ยงด้านกำลังซื้อและการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิด
ด้านฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) : KSS ระบุว่า GDP ไตรมาส 2/2569 ที่ขยายตัว 1.9% สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 1.8% โดยจุดเด่นสำคัญคือการลงทุนภาคเอกชนที่เร่งตัวขึ้น 13.4% จาก 10.1% ในไตรมาสก่อน ซึ่งสะท้อนถึงแรงขับเคลื่อนจากการลงทุนที่ยังแข็งแกร่ง
หลังการรายงานตัวเลขดังกล่าว สภาพัฒน์ได้ปรับเพิ่มกรอบประมาณการ GDP ปี 2569 มาอยู่ที่ 2.0-2.5% จากเดิมที่คาดไว้ 1.5-2.0% ซึ่ง KSS มองเป็นปัจจัยบวกต่อจิตวิทยาการลงทุนในตลาดหุ้นไทย
สำหรับกลุ่มหุ้นที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากแนวโน้มดังกล่าว KSS มองไปที่กลุ่ม Domestic Play โดยเฉพาะหุ้นธนาคารและไฟแนนซ์ อาทิ KTB, KBANK และ MTC รวมถึงหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในประเทศ เช่น AMATA และ WHA ในกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม, GULF, GUNKUL และ WHAUP ในกลุ่มไฟฟ้า รวมถึง STECON และ PYLON ในกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง
นอกจากนี้ หากสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์มีทิศทางคลี่คลายและช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในช่วง 1 ปีข้างหน้า KSS มองว่าหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว การแพทย์ และการบริโภค เช่น AOT, AWC, ERW, CENTEL, BH, BDMS และ CRC มีโอกาสได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของ GDP เช่นกัน

