“กรภัทร” มอง SET ไปต่อ รับ Thailand Focus ดึงฟันด์โฟลว์ไหลกลับ ชู DELTA-GULF เด่น

“กรภัทร” ประเมิน SET วันนี้ยังมีโมเมนตัมบวก ให้แนวรับ 1,600-1,597 จุด ต้าน 1,621-1,630 มองตลาดหุ้นไทยได้แรงหนุนจาก Investment Cycle, AI และ Data Center พ่วงความเชื่อมั่นจาก Thailand Focus พร้อมประเมินกระแสเงินทุนต่างชาติมีโอกาสไหลกลับ ชู DELTA-GULF หุ้นเด่น


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ หัวหน้าสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” เมื่อวันที่ 27 ส.ค.2569 ว่า ภาพรวมงาน Thailand Focus 2026 ส่งสัญญาณเชิงบวกต่อตลาดทุนไทย โดยเห็นความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติเพิ่มขึ้น ขณะที่ประเด็นสำคัญจากงานสะท้อนว่าไทยมีความพร้อมในการเป็นฐานการลงทุนแห่งใหม่ โดยเฉพาะท่ามกลางกระแสความต้องการระบบประมวลผลและการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ (AI Adoption) ที่เร่งตัว ซึ่งเปิดโอกาสให้ไทยเป็นหนึ่งในฐานสำคัญของธุรกิจ Data Center

ทั้งนี้ ทิศทางของภาครัฐ ภาคเอกชน และนักลงทุนต่างชาติมีความสอดคล้องกันมากขึ้น โดยบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ยังให้ความสนใจลงทุนในไทย ขณะที่ภาครัฐเดินหน้าปรับนโยบายรองรับการลงทุน ทั้งแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และนโยบายการคลังที่มุ่งสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจและตลาดทุน ซึ่งจะช่วยเพิ่มความน่าสนใจของประเทศไทยในสายตานักลงทุนต่างชาติ

ขณะเดียวกัน นักลงทุนเริ่มให้ความสนใจโครงการ JUMP+ มากขึ้น โดยเฉพาะศักยภาพในการยกระดับผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน หลังกำไรไตรมาส 2/2569 เริ่มเห็นพัฒนาการเชิงบวก อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามในไตรมาสถัดไปว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยเร่งการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนได้มากเพียงใด

นายกรภัทรระบุว่า จากประสบการณ์ที่เข้าร่วม Thailand Focus ต่อเนื่องกว่า 10 ปี งานในปีนี้ถือว่ามีความคึกคักในระดับน่าสนใจ และประเมินว่า กระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) มีโอกาสหมุนกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นไทย โดยเฉพาะเมื่อทิศทางนโยบายการเงินสหรัฐมีความชัดเจนมากขึ้นว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีข้อจำกัดในการปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม หลังเงินเฟ้อมีแนวโน้มทยอยชะลอตัว

KSS ประเมินว่า เฟดมีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยไปจนถึงช่วงปลายปี และหากสถานการณ์เอื้ออำนวยอาจเห็นการลดดอกเบี้ยได้ในช่วงปลายปี ขณะที่ช่วงไตรมาส 1/2570 มีโอกาสมากขึ้นที่จะเห็นการปรับนโยบายการเงินในทิศทางผ่อนคลาย ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อกระแสเงินทุนเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่ในเอเชีย รวมถึงตลาดหุ้นไทย

สำหรับการขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติในบางวัน นายกรภัทรมองว่าไม่ควรนำข้อมูลเพียงวันเดียวมาตัดสินทิศทาง Fund Flow เนื่องจากก่อนหน้านี้ต่างชาติเข้าซื้อหุ้นไทยต่อเนื่องหลายวัน ขณะที่การกลับมาเปิดสถานะ Long ในตลาด TFEX ถือเป็นสัญญาณที่ควรติดตาม เนื่องจากตลาดอนุพันธ์มักสะท้อนทิศทางเงินทุนก่อนเข้าสู่ตลาดหุ้น

ด้านปัจจัยพื้นฐาน KSS มองว่า Investment Cycle ของไทยเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น สะท้อนจากสินเชื่อภาคธุรกิจที่ขยายตัว ขณะที่กำไรบริษัทจดทะเบียนไทยเติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อนต่อเนื่องแล้ว 6 ไตรมาส และมีโอกาสขยายตัวต่อในไตรมาส 3/2569 จากฐานต่ำในปีก่อน รวมถึงแรงหนุนจากกลุ่มพลังงานและค่าการกลั่นที่อยู่ในระดับสูง

หากกำไรบริษัทจดทะเบียนยังเติบโตต่อเนื่องในไตรมาส 3 และไตรมาส 4 จะทำให้ Earnings Cycle รอบนี้ยาวกว่ารอบปี 2553-2554 ที่เคยเติบโตติดต่อกันราว 7 ไตรมาส ขณะที่กำไรตลาดในปี 2570 ยังมีโอกาสอยู่สูงกว่าปี 2569 และอาจยกระดับฐานกำไรใหม่ของตลาดหุ้นไทย

นอกจากนี้ การเติบโตของกำไรมีแนวโน้มกระจายไปยังหลายอุตสาหกรรมมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มบริการที่เคยเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนพลังงาน อาทิ ท่องเที่ยวและค้าปลีก ซึ่งมีโอกาสเห็นอัตรากำไรฟื้นตัว หลังราคาน้ำมันและเงินเฟ้อผ่านจุดสูงสุด ขณะที่การกลับมาของนักท่องเที่ยวจีนและการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางจะเป็นแรงสนับสนุนกลุ่มท่องเที่ยวและโรงพยาบาล

สำหรับธีมลงทุน KSS ให้น้ำหนักกับกลุ่มที่ได้ประโยชน์จาก Investment Cycle ได้แก่ ธนาคารพาณิชย์ โรงไฟฟ้า นิคมอุตสาหกรรม รับเหมาก่อสร้าง และธุรกิจระบบโครงข่ายไฟฟ้า ซึ่งจะได้รับแรงส่งจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและ Data Center

ส่วนกลุ่มพลังงาน โดยเฉพาะโรงกลั่น อยู่ในช่วงวัฏจักรที่เอื้อต่อผลประกอบการ หลังค่าการกลั่นอยู่สูงกว่าระดับปกติ ช่วยเพิ่มกระแสเงินสดและเปิดโอกาสต่อการจ่ายเงินปันผลในระดับน่าสนใจ ขณะที่ภาคพลังงานยังมีแรงหนุนจากแผน PDP ฉบับใหม่ ที่มุ่งเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนราว 60% เพื่อรองรับความต้องการพลังงานสะอาดจาก Data Center และอุตสาหกรรมใหม่

สำหรับกลยุทธ์ระยะสั้น KSS มอง SET Index ยังมีโมเมนตัมปรับตัวขึ้น โดยให้แนวต้านที่ 1,621 และ 1,630 จุด ส่วนแนวรับที่ 1,600 และ 1,597 จุด พร้อมเลือก DELTA และ GULF เป็นหุ้นเด่น โดย DELTA รับแรงหนุนจากวัฏจักรการลงทุน AI ขณะที่ GULF มีโอกาสได้ประโยชน์จากการลงทุน Data Center และทิศทางนโยบายพลังงานของประเทศ

Back to top button