
“หุ้นโรงพยาบาล” รับอานิสงส์ขึ้นค่าหัว “ประกันสังคม” โบรกชู PR9-BH-BCH เด่น
2 โบรกฯ ประเมินทิศทางหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล โดย “บล.กรุงศรี” ชี้อานิสงส์ประกันสังคมจ่อขึ้นค่าเหมาจ่าย 3.7% หนุนอัปไซด์ BCH-CHG อย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (CGSI) จับตาการแข่งขันเดือดในปี 70 จากแผนการเพิ่มเตียงในระยองและภูเก็ต รวมถึงคลินิกพรีเมียมของรัฐที่เข้ามาแย่งส่วนแบ่ง พร้อมชู BH และ PR9 เป็นหุ้นเด่น
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS ระบุว่า ทิศทางการปรับโครงสร้างค่ารักษาพยาบาลของสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ถือเป็นปัจจัยบวกต่อโรงพยาบาลคู่สัญญา โดยคาดว่าจะมีการปรับเพิ่มอัตราเหมาจ่ายต่อหัวขึ้น 3.7% แตะระดับ 1,875 บาทต่อคนต่อปี พร้อมปรับปรุงระบบจ่ายชดเชยโรคเรื้อรังและขยายรายการผ่าตัดวันเดียว ซึ่งจะเป็นอัปไซด์สำคัญต่อโรงพยาบาลที่มีศักยภาพรักษาโรคซับซ้อน โดยเฉพาะ บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH และ บริษัท โรงพยาบาลจุฬารัตน์ จำกัด (มหาชน) หรือ CHG
สำหรับแนวโน้มไตรมาส 3/2569 คาดว่า BCH จะมีกำไรสุทธิ 368 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ส่วน CHG คาดว่ากำไรสุทธิอยู่ที่ 285 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 25% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า จากการฟื้นตัวของผู้ป่วยชาวไทยในช่วงไฮซีซันและการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้น
ขณะที่ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุว่า ความท้าทายในระยะถัดไปคือจำนวนเตียงผู้ป่วยที่จะเพิ่มขึ้นในปี 2570 ส่วนใหญ่จะมาจาก BCH, บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ THG, CHG และ บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH ซึ่งแม้อาจไม่กระทบภาพรวมอุตสาหกรรมมากนัก แต่จะกดดันผลประกอบการของ BCH และ CHG ในช่วงแรกจากต้นทุนเริ่มต้น
โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดระยองที่มีแนวโน้มการแข่งขันรุนแรงขึ้น เนื่องจาก BCH และ CHG เตรียมเพิ่มเตียงรวมกันถึง 329 เตียง หรือคิดเป็น 46% ของเตียงที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในปี 70 ซึ่งจะกดดันอัตราการครองเตียงและอัตรากำไรโดยตรง ขณะที่แผนเปิดโรงพยาบาลใหม่ในภูเก็ตของ BH อาจเพิ่มการแข่งขันกับ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS ในตลาดบริการสุขภาพระดับพรีเมียม
นอกจากนี้ การขยายบริการคลินิกพรีเมียมของโรงพยาบาลรัฐ โดยเฉพาะในเขตชานเมืองกรุงเทพฯ เป็นอีกปัจจัยที่ต้องติดตาม โดยปัจจุบันมีโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขถึง 16 แห่งที่เปิดให้บริการคลินิกพรีเมียม ซึ่งแนวโน้มดังกล่าวจะส่งผลให้การแข่งขันแย่งชิงกลุ่มผู้ป่วยรายได้ปานกลางถึงสูงรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะบริการผู้ป่วยนอกเฉพาะทาง ซึ่งอาจกดดันทั้งจำนวนผู้ป่วยและอำนาจการกำหนดราคาของโรงพยาบาลเอกชน
ทั้งนี้ CGSI ได้รวมผลกระทบทั้งหมดไว้ในประมาณการกำไรปี 2570 แล้ว โดยประเมินว่าแม้อัตราการเติบโตของกำไรกลุ่มโรงพยาบาลจะชะลอตัวลง แต่มูลค่าปัจจุบันที่ P/E ล่วงหน้า 12 เดือนระดับ 19 เท่า ได้สะท้อนความกังวลไปมากแล้ว จึงยังให้น้ำหนักการลงทุนกลุ่มโรงพยาบาล “มากกว่าตลาด” (Overweight) โดยเลือก BH และ บริษัท โรงพยาบาลพระรามเก้า จำกัด (มหาชน) หรือ PR9 เป็นหุ้นเด่น (Top Pick) จากจุดแข็งด้านสัดส่วนผู้ป่วยรายได้สูงและบริการทางการแพทย์เฉพาะทาง โดยมีปัจจัยบวกเพิ่มเติมจากการฟื้นตัวของผู้ป่วยต่างชาติ ขณะที่ปัจจัยเสี่ยง (Downside risk) คือความขัดแย้งในตะวันออกกลางและการแข่งขันจากโรงพยาบาลรัฐ

