ประมูล “บอนด์ญี่ปุ่น” จ่อไม่สดใส KTB มองเสี่ยงเขย่ายีลด์โลก-หุ้น-ค่าเงิน

KTB เตือนตลาดการเงินวันนี้ (1ก.ย.) เสี่ยงผันผวนจากผลประมูลพันธบัตรญี่ปุ่นอายุ 10 ปี หากมีแรงขายบอนด์ญี่ปุ่นอาจส่งผลให้บอนด์ยีลด์ระยะยาวทั่วโลกปรับขึ้น และลุกลามสร้างความผันผวนต่อตลาดหุ้นและตลาดค่าเงิน โดยเฉพาะผ่านทิศทางเงินเยน


นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB เปิดเผยว่า ควรระวังความผันผวนในช่วงตลาดทยอยรับรู้ ผลการประมูลบอนด์ 10 ปี ญี่ปุ่น ในช่วงราว 10.35 น. วันนี้ ตามเวลาประเทศไทย เนื่องจากแรงขายบอนด์ 10 ปี ญี่ปุ่น ที่อาจเกิดขึ้น หากผลการประมูลออกมาไม่สดใส จะสามารถสร้างแรงกดดันต่อตลาดบอนด์โดยรวม ส่งผลให้ บอนด์ยีลด์ระยะยาวทั่วโลกเสี่ยงปรับตัวสูงขึ้นได้ และอาจสร้างความผันผวนต่อเนื่องมายังตลาดหุ้น รวมถึงตลาดค่าเงิน ผ่านความผันผวนของเงินเยนญี่ปุ่น (JPY)

ในเชิงเทคนิคัล หากประเมินด้วยกลยุทธ์ Trend-Following เงินบาทยังคงอยู่ในแนวโน้ม “แข็งค่าขึ้น” แต่หากเงินบาทพลิกกลับมาอ่อนค่าลงทะลุโซนแนวต้าน 33.50 บาทต่อดอลลาร์ ได้อย่างชัดเจน จะเป็นการกลับสู่แนวโน้ม “อ่อนค่าลง” ใน Time Frame รายสัปดาห์ (เงินบาทได้กลับมาอยู่ในแนวโน้ม อ่อนค่าลง ใน Time Frame รายวัน หลังอ่อนค่าทะลุโซน 33.00 บาทต่อดอลลาร์)

นายพูน กล่าวว่า ส่วนตลาดบอนด์ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ทยอยปรับตัวขึ้นเข้าใกล้โซน 4.78% หลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่กลับมาร้อนแรงขึ้น จนหนุนการปรับตัวขึ้นของราคาพลังงาน ได้สร้างความกังวลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อของผู้เล่นในตลาด และทำให้ ผู้เล่นในตลาดยังคงประเมินว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) มีโอกาส 51% ที่จะขึ้นดอกเบี้ยได้ 2 ครั้ง ในปีนี้ แม้ว่า บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ จะทยอยปรับตัวสูงขึ้นเข้าใกล้โซน 4.80%

แต่เราคงคำแนะนำเดิมว่า ผู้เล่นในตลาดสามารถทยอยเข้าซื้อบอนด์ระยะยาวสหรัฐฯ (และไทย) โดยเฉพาะหากบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น ทะลุโซน 4.70% เนื่องจาก เราคงมุมมองว่า FED มีโอกาส “คงดอกเบี้ย” ในปี 2026 ก่อนที่จะทยอยเดินหน้าลดดอกเบี้ย 2 ครั้ง ในปี 2027 (ไตรมาสที่ 2 และ ไตรมาสที่ 4)

ส่วนธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อาจคงดอกเบี้ยตลอดปีนี้และปีหน้า นอกจากนี้ หาก FED เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยได้จริง ตามที่ตลาดกำลังคาดหวัง ซึ่ง FED อาจเลือกเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย 2-3 ครั้ง ในปีนี้ เรามองว่า การขึ้นดอกเบี้ยของ FED ดังกล่าว จะเปิดทางให้ บอนด์ยีลด์ระยะยาว สามารถทยอยปรับตัวลดลงได้ในที่สุด ตามภาพเศรษฐกิจและแนวโน้มเงินเฟ้อที่อาจชะลอลง อีกทั้ง FED มีโอกาสกลับมาลดดอกเบี้ยลงบ้าง ในปีหน้า ทำให้ การทยอยเข้าซื้อบอนด์ระยะยาวสหรัฐฯ เน้น Buy on Dip ช่วงนี้ ยังมีความน่าสนใจอยู่

ในส่วนของราคาทองคำ ความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลางและแนวโน้มการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยของบรรดาธนาคารกลางหลัก ยังคงสร้างแรงกดดันต่อ ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ธ.ค. 2026) ทว่า ราคาทองคำยังพอได้แรงหนุน ตามแรงซื้อ Buy on Dip และจังหวะย่อตัวลงบ้างของเงินดอลลาร์ หนุนให้ ราคาทองคำสามารถเคลื่อนไหว แถวโซน 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Back to top button